โม อมีนา เปิดใจรื้อคดีแตงโม หวังเห็นความยุติธรรม ย้ำไม่เสียดายที่เคยบอกรัก
คดีการเสียชีวิตของactress แตงโม นิดา กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังมีการประกาศreopen ขึ้นมาใหม่ ทำให้สังคมจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจากกลุ่มคนที่รู้จักและใกล้ชิดกับเธอ หนึ่งในนั้นคือ โม อมีนา พินิจ เพื่อนสนิทที่เพิ่งออกมาเปิดใจอย่างเปิดเผยถึงความรู้สึกและการติดตามcase อย่างใกล้ชิด
โม อมีนา ระบุว่าเธอแม้จะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์และไม่ถูกเรียกตัวไปให้ปากคำ แต่เธอก็รู้สึกว่าการได้เห็นevidence บางอย่างที่เคยเห็นจากนิติเวช ทำให้เธอมีมุมมองเฉพาะตัว แม้จะเข้าใจว่าเรื่องนี้ซับซ้อนและต้องเดินตามlaw อย่างเคร่งครัด แต่สิ่งที่เธอหวังมากที่สุดคือความjustice ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงความเคลื่อนไหวเพื่อสร้างความสนใจ
เธอยังพูดถึงความรู้สึกที่คนบางส่วนมองว่าการรื้อคดีครั้งนี้อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสมทางสังคม โดยเฉพาะในจังหวะที่ความสนใจจากเรื่องอื่นๆ กำลังลดลง แต่เธอกลับเห็นว่ามันอาจเป็นเพียงความบังเอิญ เพราะทุกปีในช่วงanniversary เรื่องนี้มักถูกพูดถึงเสมอ และเธอก็ภาวนาให้การรื้อคดีครั้งนี้ไม่ใช่แค่พิธีการ แต่เป็นการกลับไปที่จุดเริ่มต้นเพื่อตามหาtruth อย่างแท้จริง
ในงานวันครบรอบที่บ้านของพี่เอ บรรยากาศไม่ได้เต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่กลับอบอุ่นด้วยความรักและความทรงจำดีๆ โมเล่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่าเธอฝันถึงแตงโมถึง 7 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งล้วนให้ความรู้สึกว่าเพื่อนของเธอยังอยู่ใกล้ๆ และยังคงมีปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์กับคนที่รักเธอ ตอนท้าย เธอย้ำว่าไม่เสียดายอะไรเลย เพราะก่อนเหตุการณ์เกิดขึ้น เธอได้บอกรักและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอให้คุณค่ามากที่สุดในความสัมพันธ์ของพวกเธอ
รู้สึกดีที่เห็นคนใกล้ชิดยังให้ความสำคัญกับความยุติธรรม ไม่ใช่แค่เอาเรื่องมาพูดตอนมีdrama ดราม่าเท่านั้น
การรื้อคดีครั้งนี้คงไม่ใช่แค่เรื่องของครอบครัว แต่เป็นpublic trust ความเชื่อมั่นของสังคมต่อกระบวนการยุติธรรมด้วย
ฟังโมพูดแล้วรู้สึกอึ้ง เธอพูดด้วยemotion อารมณ์ที่จริงใจมาก ไม่ใช่แค่พูดเพื่อสื่อสารกับสื่อ
เราเข้าใจว่าโมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่การที่เธอตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดแสดงถึงloyalty ความซื่อสัตย์ต่อเพื่อนจริงๆ
อยากถามว่า ถ้าหลักฐานเดิมยังไม่ชัด แล้วการรื้อคดีครั้งนี้จะเปลี่ยนoutcome ผลลัพธ์ได้จริงไหม
ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง ขอให้ความรักที่ทุกคนมีต่อแตงโมยังคงอยู่ อย่าให้เรื่องนี้กลายเป็นแค่headline หัวข้อข่าวที่ผ่านไป