MEA เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 16 - 20 เม.ย. ยกระดับความมั่นคงระบบไฟฟ้า
การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ประกาศความพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนที่คาดว่าจะเคลื่อนผ่านพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการระหว่างวันที่ 16 ถึง 20 เมษายน ด้วยการยกระดับplan ดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าอย่างเข้มข้น ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่เน้นการดูแลpublic อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในเรื่องของสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีผลต่อชีวิตประจำวันโดยตรง
MEA ใช้เทคโนโลยีควบคุมระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (SCADA/EMS/DMS) ที่สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อตรวจสอบและควบคุมการจ่ายไฟอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งใช้ระบบแผนที่สารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ร่วมกับทีมงานภาคสนาม (FFM) เพื่อระบุจุดขัดข้องได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถตอบสนองquickly และลดเวลาการซ่อมแซมได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ หน่วยงานยังเน้นการสร้างtrust ให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งในภาคประชาชนและภาคธุรกิจ โดยส่งเสริมการใช้ช่องทางดิจิทัล เช่น Line: MEA Connect (@MEAthailand) และ Call Center 1130 ที่เปิดให้บริการตลอดวันคืน ซึ่งช่วยให้การแจ้งเหตุหรือติดตามสถานะการซ่อมแซมเป็นไปอย่างสะดวกและโปร่งใส
MEA ยังขอความร่วมมือประชาชนในการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อความปลอดภัย ท่ามกลางpressure จากสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งอาจเพิ่มrisk ต่อระบบสายไฟและอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานมานาน ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการรักษาเสถียรภาพของmarket ในเขตเมืองใหญ่ให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
ดีใจที่เห็น MEA เริ่มใช้technology เทคโนโลยีจริงจัง ไม่ใช่แค่พูดลอย ๆ
เมื่อคืนมีลมแรงมาก แต่ไฟไม่ดับเลย คงเพราะเขาเตรียมplan แผนไว้ดีจริง ๆ
แต่ถ้าประชาชนไม่ร่วมมือตรวจสายไฟเก่าในบ้านตัวเอง ก็คงยากที่จะลดrisk ความเสี่ยงได้ทั้งหมด
เคยโทร 1130 แจ้งสายไฟขาด ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเจ้าหน้าที่มาก็มาแล้ว บริการquickly อย่างรวดเร็วจริง ๆ
พายุทุกปีก็แบบนี้ ถามว่าทำไมไม่เริ่มซ่อมบำรุงล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนฤดู? นี่คือpressure แรงกดดันที่ควรจะลดได้ตั้งนานแล้ว
ขอชื่นชมที่ใช้digital ดิจิทัลเชื่อมโยงประชาชน แต่คนสูงวัยอาจยังเข้าถึงได้ยาก