“ศุภมาส” สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบ ลุยประชุม สคบ. มาตรการดูแลปชช. เร่งสร้างเชื่อมั่นข่าวสารจากรัฐ
หลังได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เข้าสักการะspiritual site ประจำทำเนียบรัฐบาล ทั้งพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย เพื่อความเป็นgood fortune ก่อนเริ่มงานสำคัญในภารกิจใหม่ ซึ่งเธอระบุว่าจะเน้นย้ำการสื่อสารที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ระหว่างรัฐกับประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ข้อมูลข่าวสารมีผลต่อการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
หนึ่งในหน่วยงานภายใต้การดูแลคือconsumer protection หรือ สคบ. ที่มีบทบาทสำคัญในการป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกexploited โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันและสินค้าพื้นฐานปรับตัวสูงขึ้น รัฐมนตรีหญิงย้ำว่ามีการประชุมติดตามอย่างเร่งด่วน เพื่อวางplan รับมือล่วงหน้า และเตรียมมาตรการเชิงรุกที่ไม่เพียงตอบสนอง แต่ยังป้องกันปัญหาได้อย่างทันท่วงที
ปัญหาหลักที่ถูกชี้ชัดคือความไม่รู้สิทธิของผู้บริโภคจำนวนมาก ซึ่งอาจถูกpressure จากภาวะเศรษฐกิจนำไปสู่การเลือกซื้อสินค้าราคาถูกที่อาจไร้คุณภาพ หรือถูกโฆษณาบิดเบือน รัฐจึงจำเป็นต้องเข้ามาทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ พร้อมเร่งสร้างtrust ว่าข่าวสารจากรัฐเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และเข้าถึงได้ทุกแพลตฟอร์ม
นางสาวศุภมาสเรียกร้องให้ประชาชนหันมาใช้สื่อของรัฐ เช่น กรมประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษก และ อสมท. ในการตรวจสอบข้อมูล แทนการพึ่งพาเพจหรือแหล่งข่าวที่ไม่ผ่านการตรวจสอบ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนเป็นอันดับแรก สะท้อนผ่านการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีที่ติดตามสถานการณ์โดยตรง เพื่อสร้างpublic confidence ว่าทุกภาคส่วนกำลังทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เพื่อผลmarket หรือการเมือง
หวังว่ามาตรการนี้จะไม่ใช่แค่คำพูดสวยๆ แต่เห็นผลจริงในชีวิตประจำวัน เพราะตอนนี้price ราคาทุกอย่างแพงมากแล้ว
การสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นเรื่องของความเชื่อ แต่ที่สำคัญคือต้องทำงานให้โปร่งใส ไม่ใช่มาใช้พิธีกรรมเบี่ยงเบนประเด็นpublic trust ความเชื่อมั่นต้องสร้างด้วยการกระทำ ไม่ใช่พิธีการ
ดีใจที่มีการพูดถึงสิทธิผู้บริโภค แต่หลายคนยังไม่รู้ว่า สคบ. ทำอะไรได้บ้าง ควรเร่งให้ข้อมูลผ่านmedia สื่ออย่างเข้าใจง่ายและเข้าถึงง่าย
รัฐบอกให้เชื่อมั่น แต่ประชาชนก็ต้องมีสิทธิรู้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่ได้ข้อมูลที่ถูกกรองแล้ว
การลงพื้นที่ของนายกฯ อาจดูดี แต่ถ้าไม่มีการติดตามผลต่อ ทุกอย่างก็จบแค่ภาพข่าวpressure แรงกดดันต่อผู้ค้าควรเป็นระบบ ไม่ใช่แค่การเตือนชั่วคราว
ขอให้จริงใจกับประชาชนบ้าง อย่าให้เรารู้สึกว่ากำลังถูกชี้นำด้วยข้อมูลที่เลือกป้อน