ถึงว่าบางคน "ลิ่มเลือดอุดตัน" ไม่รู้ตัว เพราะมองข้าม 5 อาการนี้
ลิ่มเลือดอุดตันอาจเกิดขึ้นแบบsilent โดยไม่มีสัญญาณชัดเจน แต่ร่างกายยังส่งwarning อยู่ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ หรือที่รู้จักในชื่อ "หมอเจด" จากโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เตือนให้ประชาชนสังเกตอาการผิดปกติ 5 อย่าง ที่มักถูกมองข้าม เพราะหลายคนเข้าใจว่าภาวะนี้ไกลตัว ทั้งที่จริงแล้วมีrisk สูง โดยเฉพาะผู้ที่นั่งนาน ไม่ขยับร่างกาย สูบบุหรี่ หรือมีโรคเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดัน หรือไขมันในเลือดสูง
อาการแรกที่ควรสังเกตคือpain หรือขาบวมข้างเดียวแบบผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำลึก (DVT) บางคนรู้สึกตึง ขาใหญ่ข้างเดียว หรือสัมผัสแล้วร้อน อาการเหล่านี้มักไม่หายเมื่อพัก และเกิดต่อเนื่อง ไม่ใช่ปวดแบบชั่วคราว หากปล่อยไว้ ลิ่มเลือดอาจหลุดไปอุดที่ปอด หัวใจ หรือสมอง จนถึงขั้นlife-threatening
หากลิ่มเลือดไปอุดที่ปอด จะมีอาการหายใจไม่อิ่ม แน่นหน้าอก หรือrapid breathing โดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที เช่นเดียวกับอาการใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลม โดยเฉพาะเมื่อออกแรงเล็กน้อย ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ แสดงว่าระบบcirculation มีปัญหา และอาจเข้าสู่ภาวะฉุกเฉิน
ส่วนอาการที่เกี่ยวข้องกับสมอง เช่น แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ชา พูดไม่ชัด หรือมุมปากตก ต้องรีบรักษาโดยด่วน เพราะยิ่งช้า โอกาสฟื้นตัวก็ยิ่งน้อย รวมถึงsevere headache แบบไม่เคยเป็นมาก่อน หรือปวดเฉียบพลันที่สุดในชีวิต อาจเป็นสัญญาณของลิ่มเลือดในสมอง การดูแลตัวเองด้วยการขยับร่างกาย ดื่มน้ำเพียงพอ ควบคุมน้ำหนัก และรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ คือplan ป้องกันที่สำคัญที่สุด
เคยคิดว่าแค่นั่งทำงานนาน ๆ แล้วปวดขา คงแค่เมื่อย แต่หลังอ่านข่าวนี้แล้วเริ่มpressure แรงกดดันให้ตัวเองต้องลุกเดินทุกชั่วโมง
ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรแล้ว แต่ไม่เคยคิดว่าเลือดข้นจะเสี่ยงขนาดนี้
อาการปวดน่องข้างเดียวมักถูกวินิจฉัยผิดเป็นกล้ามเนื้ออักเสบ ต้องรีบตรวจให้ทัน เพราะtreatment การรักษาช้า อาจตามมาด้วยภาวะแทรกซ้อน
ออกกำลังกายทุกวัน แต่พ่อเคยเป็นลิ่มเลือดที่สมอง แม้ดูแลตัวเองดีแล้วก็ยังเสี่ยง นี่แหละความuncertainty ไม่แน่นอนของร่างกาย
เคยเห็นแม่ปวดหัวแล้วอาเจียน คิดว่าไมเกรน แต่สุดท้ายเป็นลิ่มเลือดในสมอง ถ้ารู้เรื่องนี้ก่อน อาจไปโรงพยาบาลquickly อย่างรวดเร็วได้
ทำไมไม่มีpublic awareness ความเข้าใจสาธารณะเรื่องนี้มากกว่านี้นะ อาการเตือนชัดเจนขนาดนี้ ควรอยู่ในแคมเปญสุขภาพทุกปี