UN เตรียมแผนอพยพเรือหลายร้อยลำในช่องแคบฮอร์มุซ จับตาสัญญาณคลายตึงเครียด
สหประชาชาติกำลังเร่งรัดการจัดทำplan อพยพเรือบรรทุกสินค้าหลายร้อยลำที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านยืดเยื้อมานานกว่า 7 สัปดาห์ ส่งผลให้shipping ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ต้องหยุดชะงักอย่างหนัก
ตามรายงานจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก อาร์เซนิโอ โดมิงเกซ เลขาธิการองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ระบุว่า แผนดังกล่าวจะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อมีclear signal ว่าสถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย โดยลำดับการออกเดินเรือจะถูกจัดตามความจำเป็น เช่น ระยะเวลาที่ลูกเรือติดค้าง และความเร่งด่วนของสินค้า ซึ่งถือเป็นเรื่องcritical ต่อห่วงโซ่อุปทานโลก
เส้นทางที่จะใช้ในการเดินเรืออีกครั้งคือinternational route ที่เรียกว่า Traffic Separation Scheme ซึ่งได้รับการรับรองจาก IMO มาตั้งแต่ปี 1968 และออกแบบมาเพื่อป้องกันการชนกันในพื้นที่แออัด อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ประกาศเส้นทางเลี่ยงของตัวเองในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการcharge fee จากเรือที่ผ่านบริเวณใกล้ชายฝั่ง
ขณะนี้ IMO อยู่ระหว่างการประสานงานกับประเทศชายฝั่ง เช่น อิหร่านและโอมาน รวมถึงประเทศที่เป็นเจ้าของธงเรือ เพื่อให้แผนปฏิบัติการมีความชัดเจนและปลอดภัยที่สุด การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญขององค์กรระหว่างประเทศในการจัดการcrisis ที่อาจส่งผลต่อglobal market และเสถียรภาพด้านพลังงาน
เรือหลายร้อยลำที่ติดอยู่หมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทันทีshipping cost ค่าขนส่งพุ่งแน่นอน ผู้บริโภคคงต้องจ่ายเพิ่ม
อิหร่านประกาศเส้นทางใหม่และอาจเก็บเงิน ฟังดูเหมือนใช้crisis วิกฤตเป็นโอกาสในการควบคุมมากขึ้น
ลูกเรือหลายร้อยคนติดอยู่บนเรือมานาน ความเป็นอยู่ อาหาร น้ำ จิตใจ น่าจะเป็นurgent issue ปัญหาเร่งด่วนกว่าแผนการเดินเรือ
Traffic Separation Scheme ใช้ได้จริงหรือในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้ หรือแค่แผนบนกระดาษ
ไม่คิดว่าความขัดแย้งไกล ๆ จะกระทบชีวิตเราเรื่องdaily cost ค่าใช้จ่ายแบบนี้
ฮอร์มุซขนน้ำมัน 20% ของโลก ถ้าไม่คลี่คลายเร็ว ราคาพลังงานทั่วโลกอาจเจอshock แรงกระแทก
สันติภาพสำคัญที่สุด ขอให้ทุกฝ่ายฟังเสียงinternational community ชุมชนโลกก่อนจะสายเกินไป