ทองคำร่วงหนัก หลังสหรัฐปิดล้อมฮอร์มุซเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ
ราคาทองคำโลกร่วงอย่างหนักถึง 2.2% หลุดระดับ 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะยิ่งบานปลาย หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่านล้มเหลว และแผนการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐเริ่มขับเคลื่อน ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ขนส่งพลังงานราวหนึ่งในห้าของโลก
ความตึงเครียดครั้งนี้ไม่เพียงกระทบต่อsupply พลังงาน แต่ยังส่งผลให้ราคาเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบนซินที่กลายเป็นแรงผลักดันหลักของinflation ในสหรัฐ ซึ่งเดือนมีนาคมที่ผ่านมาแสดงตัวเลขปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบสี่ปี
ขณะเดียวกัน ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น 0.4% ก็เป็นปัจจัยลบต่อทองคำที่มักอ่อนตัวลงเมื่อดอลลาร์แข็ง เนื่องจากทองคำซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์ และไม่ให้return แบบสินทรัพย์อื่นๆ จึงเสียเปรียบเมื่อต้นทุนการถือครองสูงขึ้น
นักวิเคราะห์ชี้ว่าแรงกดดันด้านinflation และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกเลื่อนแผนrate cut ออกไป หรือแม้แต่พิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณร้ายต่อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำที่มักได้ประโยชน์ในยามดอกเบี้ยต่ำและtrust ทางเศรษฐกิจลดลง
ทองร่วงแรงขนาดนี้ น่าจะเป็นโอกาสซื้อสะสมหรือเปล่า หรือว่าrisk ความเสี่ยงยังสูงเกินไป
พอมันปิดล้อมฮอร์มุซ ราคาน้ำมันพุ่ง ค่าครองชีพก็จะตามขึ้นอีกแน่ๆ แบบนี้cost ค่าใช้จ่ายของคนทั่วไปก็ยิ่งเพิ่ม
ก่อนหน้านี้ก็ลุ้นว่าจะลดดอกเบี้ย ตอนนี้เงินเฟ้อพุ่งอีก คงต้องรออีกนานกว่าจะได้เห็นrate cut การลดดอกเบี้ย
ดอลลาร์แข็งกับทองคำอ่อน มันคู่กันอยู่แล้ว แต่ถ้าสงครามยืดเยื้อ แรงกดดันต่อmarket ตลาดอาจลามไปทุกสินทรัพย์
สหรัฐบอกว่าปิดล้อมเพื่อความมั่นคง แต่สุดท้ายผลดีไปตกที่policy นโยบายภายในประเทศมากกว่า ฟังดูขัดแย้งจัง
คนอย่างเราไม่ได้ถือทอง แต่โดนผลกระทบจากinflation เงินเฟ้อทุกที แล้วใครจะช่วยเราบ้าง