หุ้นซิตี้กรุ๊ปพุ่ง 3.30% หลังผลประกอบการไตรมาสแรกเกินคาด นักลงทุนจับตาความเสี่ยงราคาพรีเมียม
หุ้นซิตี้กรุ๊ปพุ่งขึ้น 3.30% เมื่อวันที่ 14 เมษายน หลังบริษัทเปิดเผยreport ผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 ที่แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษ โดยรายได้รวมสูงกว่าmarket ประเมิน และกำไรต่อหุ้นปรับลด (diluted EPS) ทำได้ดีกว่าตัวเลขเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากgrowth อย่างมีนัยสำคัญในทุกหน่วยธุรกิจหลักทั้ง 5 ด้าน โดยเฉพาะในกลุ่มมาร์เก็ตส์ที่มีรายได้จากตราสารหนี้และตราสารทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่กลุ่ม Banking ก็ทำผลงานได้โดดเด่นจากค่าธรรมเนียมM&A ที่พุ่งถึงจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสนี้
อีกปัจจัยที่เสริมconfidence ของนักลงทุนคือprofit ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบรายปี พร้อมกับอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROTCE) ที่ปรับดีขึ้นเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ผู้บริหารยังย้ำว่าแผนstrategic transformation เกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว และธนาคารกำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายของการขายสินทรัพย์ (divestitures)
อย่างไรก็ตาม ยังมีrisk ที่ต้องจับตา เช่น ราคาหุ้นที่ซื้อขายในระดับพรีเมียมสูงถึง 76.6% เมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริง (intrinsic value) ซึ่งลดส่วนเผื่อความปลอดภัยสำหรับนักลงทุน อีกทั้งอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET1) ที่ลดลง บ่งชี้ถึงpressure ด้านเงินกองทุนที่อาจตามมาในอนาคต
กำไรดีขนาดนี้ แต่ราคาหุ้นยังสูงกว่ามูลค่าจริงเกือบ 80% แล้วหรือ? ต้องระวังbubble ฟองสบู่นะครับ
แล้วแผนขายสินทรัพย์ที่ว่า เสร็จไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์? อยากรู้จัง
ROTCE ดีขึ้นเกินเป้า แสดงว่าefficiency ประสิทธิภาพการดำเนินงานดีขึ้นจริง ไม่ใช่แค่กำไรชั่วคราว
M&A fee พุ่งแบบนี้ แปลว่ากิจกรรมmerger ควบรวมทั่วโลกฟื้นตัวแล้ว น่าสนใจมาก
อัตราส่วนเงินกองทุนลดลงแม้ผลประกอบการดี นี่คือสัญญาณเตือนที่ต้องไม่ลืมมอง
RSI อยู่ที่ 71 แล้ว แสดงว่ากำลังเข้าสู่ภาวะoverbought ซื้อมากเกินไประวังแรงขายย้อนกลับนะครับ