ไทยช่วยไทย เฟส 2 เริ่มแล้ว ช้อปสินค้าราคาประหยัดผ่านแอปฯ ดัง ลดภาระค่าครองชีพ
โครงการnew อย่าง "ไทยช่วยไทย เฟส 2" เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยขยายช่องทางเข้าถึงสินค้าจำเป็นราคาประหยัดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee, Lazada และ TikTok แทนที่จะจำกัดอยู่แค่ห้างค้าปลีกเพียงอย่างเดียว เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชนอย่างตรงจุด ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับผู้ให้บริการดีลิเวอรี่รายใหญ่ เช่น Grab และ Lineman ที่จะจัดส่งสินค้าฟรีในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร
สินค้าที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นhouse brand จากห้างค้าปลีกชั้นนำอย่าง Tops, Big C และ Lotus รวมถึงสินค้าแบรนด์รองจากผู้ผลิตรายย่อย ซึ่งล้วนแต่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ผงซักฟอก และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยมีการปรับprice ลดลงเฉลี่ย 20-50% พร้อมแจกคูปองส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20-25% เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการ
รัฐบาลยังเดินหน้าเตรียมplan ต่อเนื่องในเฟส 3 โดยจะผลักดันให้ผู้ผลิตวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (SMEs) กว่า 2,000 ราย เข้าร่วมขายสินค้าผ่านช่องทางเดียวกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับแพลตฟอร์มเพื่อขอให้waive ค่าธรรมเนียมการขายที่ปกติอาจสูงถึง 15-30% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและผู้ให้บริการ ถือเป็นความพยายามลดpressure ทั้งจากฝั่งผู้บริโภคและผู้ประกอบการในเวลาเดียวกัน
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า หน่วยงานอยู่ระหว่างการรวบรวมreport ผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย เพื่อวิเคราะห์ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของโครงการ ทั้งในด้านการเข้าถึง ประสิทธิภาพ และpublic trust ของประชาชน โดยคาดว่าข้อมูลเหล่านี้จะกลายเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับนโยบายช่วยเหลือประชาชนในอนาคตที่ต้องการความรวดเร็วและเห็นผลจริง
ดีใจที่มีส่วนลดจริงจัง แต่delivery การจัดส่ง 5 กม. นี่อาจไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ถ้าอยู่นอกเขตเมืองคงยังลำบาก
ถ้าจริงจังกับ SMEs ควรลดค่าธรรมเนียมให้เหลือ 0% ชั่วคราว ไม่ใช่แค่พูดลอย ๆ แรงกดดันon business ต่อธุรกิจตอนนี้หนักมาก
โครงการนี้ช่วยได้จริงในระยะสั้น แต่ต้องดูว่าความยั่งยืนของโมเดลคืออะไร อย่าให้กลายเป็นแค่โปรโมชัน
เพิ่งซื้อข้าวสารผ่าน Lazada ได้ลด 45% พร้อมส่งฟรี ถือว่าคุ้มมาก หวังว่าจะมีต่อเนื่อง
รัฐทำดีแต่ช้าไปหน่อย ค่าครองชีพspiked พุ่งพรวดตั้งแต่ต้นปี นี่เพิ่งมาเริ่มเมษา
ควรเปิดเผยข้อมูลว่าแพลตฟอร์มไหนตกลงยกเว้นค่าธรรมเนียมแล้วบ้าง เพื่อสร้างtransparency ความโปร่งใสและรับผิดชอบต่อประชาชน