ดุสิตโพลชี้ ปชช.หนุนปรับโครงสร้างพลังงาน แต่ยังไม่มั่นใจรัฐบาลแก้วิกฤตได้
ผลสำรวจล่าสุดจากสวนดุสิตโพลชี้ให้เห็นถึงpublic trust ที่ยังสั่นคลอนต่อความสามารถของรัฐบาลในการจัดการวิกฤตพลังงาน แม้จะมีเสียงสนับสนุนให้plan ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าเดินหน้าต่อไป โดยเกือบ 73% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นด้วยกับแนวทางนี้ แต่กลับมีเพียงไม่ถึงครึ่งที่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้จริง สะท้อนถึงpressure ที่เพิ่มขึ้นต่อรัฐบาลในการแสดงผลอย่างเป็นรูปธรรม
ประชาชนไม่เพียงต้องการการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว แต่ยังเรียกร้องimmediate relief โดยกว่า 76% อยากให้รัฐบาลลดtax และภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นมาตรการที่จับต้องได้และส่งผลต่อค่าครองชีพโดยตรง ความต้องการนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้มองแค่โครงสร้าง แต่ต้องการเห็นการตอบสนองที่รวดเร็วและรู้สึกได้ทันที
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แม้การปรับโครงสร้างราคาพลังงานจะถูกมองว่าเป็นการแก้ที่ต้นเหตุ แต่confidence ที่มีต่อการดำเนินการยังอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่สัดส่วนของผู้ที่uncertain สูงถึงเกือบหนึ่งในสาม บ่งชี้ว่าทุนทางการเมืองของรัฐบาลยังเปราะบาง และต้องอาศัยความชัดเจนในการสื่อสารควบคู่กับผลลัพธ์ที่วัดได้ เพื่อรักษาpublic support
ความท้าทายของรัฐบาลจึงไม่ใช่แค่การตัดสินใจทางนโยบาย แต่คือการจัดสมดุลระหว่างshort-term demands และความยั่งยืนในระยะยาว ทั้งในด้านการคลังและวินัยนโยบาย ขณะเดียวกันก็ต้องตอบคำถามว่า รัฐบาลสามารถดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมได้เร็วเพียงใด และจะสร้างtrust คืนให้กับประชาชนที่กำลังเผชิญภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้อย่างไร
ลดภาษีนี่สำคัญมากimmediate impact ผลกระทบเห็นได้ทันทีไม่ต้องรอปรับโครงสร้าง 5 ปีแล้วเสร็จ
รัฐบาลพูดแต่แผนใหญ่ แต่ชีวิตจริงเราเดือดร้อนทุกวันค่าครองชีพขึ้นทุกเดือน
สนับสนุนการปรับโครงสร้าง แต่ถ้าไม่มีtransparency ความโปร่งใสก็คงจบแค่แนวคิดสวยหรู
อยากให้รัฐบาลฟังเสียงคนตัวเล็กบ้าง ไฟฟ้า+น้ำมันแพง กระทบhousehold budget งบประมาณครัวเรือนทุกบ้าน
72% เห็นด้วยแต่ 34% เชื่อว่าสำเร็จ? แปลว่าpublic trust ความเชื่อมั่นยังต่ำมาก
ขอแค่ได้เห็นconcrete action การกระทำจริงไม่ใช่แค่แถลงข่าวกับรายงาน