อีสท์สปริงแนะเดือนเมษา ถือสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ-ทยอยซื้อหุ้นเทคฯ รับความไม่แน่นอน
ในเดือนเมษายนนี้ บลจ.อีสท์สปริงแนะนำนักลงทุนให้ปรับplan การจัดพอร์ตด้วยการเพิ่มน้ำหนักในasset ที่มีrisk ต่ำ อย่างตราสารหนี้และกลุ่ม Defensive พร้อมทั้งทยอยสะสมหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เริ่มฟื้นตัว ท่ามกลางความผันผวนของmarket โลกที่ยังถูกกดดันจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ลุกลามจนเกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้price พุ่งสูงขึ้นquickly และฉุดตลาดเกิดใหม่ในเอเชียร่วงลงอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม การหยุดยิงชั่วคราวที่เกิดขึ้นล่าสุดภายใต้การไกล่เกลี่ยของปากีสถาน สร้างhope ให้ความขัดแย้งอาจคลี่คลาย แม้ยังมีwarning ว่าข้อตกลงอาจไม่ยั่งยืน
นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดการลงทุนของอีสท์สปริง ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวทำให้pressure ต่อเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยยังคงสูง จึงควรเน้นลดvolatility ของพอร์ต โดยใช้กองทุนที่เน้นincome เช่น กองทุน ES-GAINCOME ที่กระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง
ในทางกลับกัน กลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกเทขายในช่วงต้นปี เริ่มกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะกองทุน ES-GTECH ที่เน้นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีprofit และอยู่ในช่วงเติบโต พร้อมกลยุทธ์เสริมความมั่นคงด้วยการซื้อ Put Option ทำให้พอร์ตสามารถรับมือกับimpact จากความผันผวนได้ดีขึ้น และเป็นโอกาสให้นักลงทุนทยอยสะสมในจังหวะที่trust ยังต่ำ
ตอนนี้ถือหุ้นเทคโนโลยีอยู่เยอะ แต่ก็ยังไม่กล้าซื้อเพิ่ม กลัวrisk ความเสี่ยงจากสงครามกลับมาอีก
ชอบแนวคิดincome กระแสเงินสดมากกว่า เพราะต้องใช้จ่ายประจำ ไม่สามารถรอให้ราคาหุ้นขึ้นได้
น่าสนใจที่บอกว่าสหรัฐฯ จะเร่งจบสงครามเพื่อเลือกตั้ง mid-term แสดงว่าpressure แรงกดดันการเมืองก็มีผลต่อเศรษฐกิจจริง ๆ
อยากทยอยซื้อหุ้นเทคฯ แต่price ราคาเริ่มขยับแล้ว กลัวเข้าช้า
แผนนี้ดูสมดุล ทั้งลดvolatility ความผันผวนและเก็บโอกาสเติบโต น่าจะเหมาะกับคนที่ไม่ชอบเสี่ยงมาก
แล้วถ้าการเจรจาล้มเหลว ราคาน้ำมันพุ่งต่อmarket ตลาดจะรับไหวไหม หรือจะล้มแบบปี 2008