เอฟเวอร์ตัน 1-2 ลิเวอร์พูล: วิเคราะห์ดาร์บี้ เมอร์ซีย์ไซด์ด้วยข้อมูลสถิติ Opta
ลิเวอร์พูลเก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จหลังเฉือนเอาชนะเอฟเวอร์ตันไป 2-1 ในศึกดาร์บี้เมอร์ซีย์ไซด์ที่สนามกูดิสันพาร์ค เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากgoal ของเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค นาทีที่ 100 ที่พลิกเกมให้ทีมเยือนแซงขึ้นนำอย่างน่าตื่นเต้น
ก่อนหน้านั้น โมฮาเหม็ด ซาลาห์เป็นผู้ทำให้ลิเวอร์พูลได้เปรียบด้วยgoal แรกในเกม แต่ถูกเบโต้ตีเสมอให้เจ้าบ้านด้วยจังหวะยิงไกลที่ผ่านมืออลิสซง บีคาร์รา ทำให้เกมกลับมาสูสีอีกครั้ง สถานการณ์นี้สร้างpressure อย่างมากต่อทีมเยือนที่ต้องการสามแต้มเพื่อรักษาตำแหน่งในกลุ่มท็อปโฟร์
สถิติจาก Opta ชี้ให้เห็นว่าลิเวอร์พูลครองpossession ได้มากกว่าถึง 62% และมีโอกาสยิงตรงกรอบ 11 ครั้ง แต่ประสิทธิภาพในการเปลี่ยนโอกาสเป็นgoal ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตา โดยเฉพาะในช่วง 45 นาทีแรกที่ทีมมีโอกาสมากมายแต่ไม่สามารถจบสกอร์ได้
ชัยชนะนัดนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มtrust ให้กับนักเตะและแฟนบอล แต่ยังส่งสัญญาณถึงmomentum ที่ลิเวอร์พูลพยายามสร้างขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล การเอาชนะคู่แข่งร่วมเมืองในเกมดาร์บี้ที่เต็มไปด้วยintensity ถือเป็นกำลังใจสำคัญก่อนลงสนามนัดต่อไป
เกมนี้ลิเวอร์พูลเล่นด้วยintensity ความเข้มข้นที่สูงมาก แต่ก็เสี่ยงเกินไปที่ต้องรอถึงนาทีที่ 100 กว่าจะยิงได้
ฟาน ไดจ์ค ยิงได้ในนาทีที่ 100? แสดงว่าเกมต่อเวลาไปถึง 10 นาที เจ้าบ้านคงผิดหวังสุดๆ แม้จะมีchance โอกาสพอสมควร
เบโต้ยิงดีนะ แต่ทีมขาดsupport การสนับสนุนจากแนวรุกคนอื่น พอเสียประตูช้าๆ ความมั่นใจก็พัง
ดาร์บี้แมตช์แบบนี้ไม่มีใครเล่นสวยได้หรอก แค่ชนะได้ก็ถือว่าใช้strategy กลยุทธ์ได้ผลแล้ว
62% การครองบอลแต่ยิงเข้ากรอบแค่ 11 ครั้ง แปลว่าประสิทธิภาพต่ำ ต้องปรับเรื่องaccuracy ความแม่นยำแล้ว
ลูกฉันดูตื่นเต้นมากตอนฟาน ไดจ์ค ยิงได้ ความตื่นเต้นในเกมดาร์บี้มันไม่เหมือนเกมอื่นจริงๆ ได้result ผลที่ดีก็อุ่นใจ