ทองคำนิวยอร์กปิดบวก 71.30 ดอลลาร์ หลังดอลล์อ่อนค่า คลายกังวลเงินเฟ้อ
ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นถึง 71.30 ดอลลาร์ หลังค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความกังวลด้านinflation ก็เริ่มผ่อนคลายจากสัญญาณบ่งชี้ว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานสำคัญ ยังเปิดใช้งานได้ตามปกติ ข่าวนี้ส่งผลให้market มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว และนักลงทุนเริ่มกลับมาให้ความสนใจในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำอีกครั้ง
สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปิดที่ 4,879.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 1.48% ซึ่งถือเป็นการฟื้นตัวที่สำคัญ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ราคาปรับตัวลงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่ง และเพิ่มpressure ด้านเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม การที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุผ่าน X ว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบจะดำเนินไปตามเส้นทางที่ตกลงกันไว้ ทำให้ความตื่นตระหนกในตลาดพลังงานลดลง
นักวิเคราะห์รายหนึ่งชี้ว่า การเปิดช่องทางการค้าในแนวน้ำนี้เป็นreport ที่ให้สัญญาณบวกต่อเสถียรภาพของตลาดโลก โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันเริ่มมีrisk ลดลง ก็ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการplan กลับมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อราคาทองคำ เนื่องจากทองคำไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย จึงมักได้รับความนิยมมากขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังกล่าวว่าอาจมีการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์ และเชื่อว่าจะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งได้ในไม่ช้า ซึ่งช่วยเพิ่มpublic trust ให้กับนักลงทุน ส่งผลให้ราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นในระยะสั้นและอาจกลับไปอยู่เหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อีกครั้ง ถือเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาสำหรับผู้ติดตามmarket สินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองคำขึ้นเร็วมาก ต้องรีบซื้อตอนนี้ไหม หรือควรรอให้risk ความเสี่ยงลดลงกว่านี้ก่อนดี
ดอลล์อ่อนค่าทีไร ทองก็พุ่งทุกที แบบนี้นักลงทุนต่างชาติก็ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ส่วนคนที่ถือบาทก็ต้องจ่ายprice ราคาแพงขึ้นอีก
อย่าลืมว่าทองไม่มีreturn ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย ถือไว้นานๆ ก็ไม่ต่างจากเก็บเงินในตู้นิรภัย ถ้าไม่ใช่เพื่อป้องกันความเสี่ยง ก็ควรพิจารณาให้ดี
นี่แหละคือเหตุผลที่ทองถูกมองว่าเป็นsafe haven สินทรัพย์ปลอดภัยทุกครั้งที่โลกมีข่าวร้าย ยังไงก็มีคนแห่ซื้อ
แล้วถ้าการเจรจาล้มเหลว ราคากลับตก ใครจะรับผิดชอบ นี่มันการเก็งกำไรบนpublic trust ความเชื่อมั่นชั่วคราวมากกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจ
ข่าวฮอร์มุซคลี่คลายก็ดีแล้ว อย่างน้อยก็ช่วยลดpressure แรงกดดันด้านพลังงานได้บ้าง ไม่งั้นค่าน้ำค่าไฟบ้านเราก็โดนดันขึ้นอีก