แนวคิดสมาร์ตโฟนจอพับ E Ink tinyBook Flip ที่ออกแบบมาเพื่อลดอาการติดหน้าจอ
สมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ในปัจจุบันถูกออกแบบมาให้ดึงดูดความสนใจอยู่ตลอดเวลา หน้าจอสว่างเมื่อมีnotification วางหงายขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้การหยิบขึ้นมาเช็กเป็นเรื่องง่ายและเกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นกลยุทธ์การออกแบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อสร้างความdependency อย่างลึกซึ้ง ทว่า แนวคิดของconcept smart device อย่าง tinyBook Flip กลับตั้งคำถามใหม่: จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าสมาร์ตโฟนถูกออกแบบมาเพื่อให้เราใช้น้อยลง?
tinyBook Flip เป็นสมาร์ตโฟนจอพับแนวตั้งที่ใช้หน้าจอ E Ink ขนาด 6.1 นิ้ว เมื่อพับปิด เครื่องจะกลายเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาวด้าน ดูคล้ายสมุดจดบันทึกมากกว่าโทรศัพท์ จุดสำคัญคือหน้าจอจะถูกซ่อนไว้หมด ไม่มีแสงเรือง ไม่มีการดึงดูดสายตา เมื่อไม่ใช้งาน ผู้ใช้ต้องใช้ความพยายามในการopen เพื่อใช้งาน สิ่งนี้สร้างbarrier เล็กๆ ที่เปลี่ยนพฤติกรรมจาก 'หยิบขึ้นมาโดยอัตโนมัติ' เป็น 'ตัดสินใจใช้งานอย่างมีสติ' ความล่าช้าเพียงไม่กี่วินาทีนี้ อาจเพียงพอที่จะbreak การเสพติดหน้าจอได้
หน้าจอ E Ink ทำหน้าที่เป็นอุปสรรคชั้นที่สอง โดยมีอัตราการรีเฟรชช้า แสดงผลเป็นสีเทา ไม่รองรับวิดีโอเร็วหรือภาพเคลื่อนไหวสดใส ส่งผลให้การเลื่อนฟีดโซเชียลหรือดูวิดีโอสั้นกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ แอปที่ต้องการresponse speed สูงจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทว่า ข้อจำกัดนี้ไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่เป็นการออกแบบโดยตั้งใจ เพื่อให้พฤติกรรมการเสพติดกลายเป็นเรื่องไม่น่าสนใจในทางกลับกัน เครื่องนี้ทำงานได้ดีกับงานที่ต้องการความสงบ เช่น อ่านข้อความ ส่งข้อความ หรือดูปฏิทิน
เทคโนโลยีจอ E Ink แบบพับได้ไม่ใช่จินตนาการ แต่มีอยู่จริงในระดับต้นแบบ ปัญหาจึงไม่ใช่ด้านเทคนิค แต่เป็นด้านmarket และการตัดสินใจลงทุน เมื่อพับเก็บ เครื่องนี้ดูไม่เหมือนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ไม่ดึงดูดสายตา ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไปที่เรียกร้องความสนใจอยู่ตลอด อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดยังมีอยู่ เช่น ไม่เหมาะกับการถ่ายรูป วิดีโอคอล หรือระบบนำทางแบบเรียลไทม์ และกลไกบานพับอาจเพิ่มความหนาและความซับซ้อน คำถามสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่เรื่อง 'ผลิตได้หรือไม่' แต่คือ 'การออกแบบให้ใช้งานความบันเทิงได้ยากขึ้น เป็นเป้าหมายที่ควรทำหรือไม่' — tinyBook Flip ตอบว่า 'ใช่' ส่วนตลาดจะตอบรับหรือไม่ ยังคงต้องจับตาต่อไป
เครื่องแบบนี้เหมาะกับคนที่อยากลดเวลาหน้าจอจริงๆ แค่การต้องกางเครื่องก่อนใช้ก็ทำให้เราคิดทบทวนแล้วreduce ลดการใช้งานไปได้เยอะ
ความคิดนี้ฉีกทุกอย่างที่บริษัทใหญ่ทำอยู่ มันไม่ได้ขายความสะดวก แต่ขายself-control การควบคุมตัวเองซึ่งเป็นมุมที่น่าสนใจมาก
ถึงแม้จะทำได้จริง แต่ราคาต้องไม่แรงเกินไป ไม่งั้นความพยายามจะกลายเป็นluxury ของฟุ่มเฟือยที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึง
พูดง่าย แต่ถ้าไม่สามารถดู YouTube หรือ TikTok ได้เลย ผมว่าอยู่ยากนะ ชีวิตสมัยนี้มันพึ่งพาentertainment ความบันเทิงบนมือถือมากเกินไป
E Ink แบบพับได้ถ้าทำจริงคงเป็นก้าวสำคัญ แต่กลัวว่ากลไกพับจะไม่ทน แล้วซ่อมยากอีกissue ปัญหาเดิมๆ ที่ยังไม่คลี่คลาย
การออกแบบที่เพิ่มแรงต้านเล็กๆ ในการใช้งาน ช่วยให้สมองมีเวลาตัดสินใจจริงๆ นี่คือจิตวิทยาเชิงพฤติกรรมที่ใช้ได้ผล