จากห้องแล็บถึงชีวิตจริง: มหาวิทยาลัยอีสานพลิกงานวิจัยเป็นเครื่องยนต์เปลี่ยนแปลงสังคม

appointment 08.30 น. ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไม่ใช่แค่การพบปะตามพิธีการ แต่คือmission ของคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.อว.) นำโดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ที่มาสำรวจงานวิจัยและนวัตกรรมที่ไม่ใช่แค่ตีพิมพ์ในวารสาร แต่ลงลึกถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิตจริงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้ง มข. และมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ต่างก้าวขึ้นเป็นต้นแบบของ “มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่” ที่ไม่เพียงสร้างบัณฑิต แต่สร้างระบบนิเวศน์แห่งนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ที่นี่ วิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่แค่ในห้องแล็บ แต่ถูกถอดรหัสเป็นทางออกให้กับปัญหาความยากจน โรคเรื้อรัง และการเกษตรยั่งยืน

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไม่ใช่แค่ชื่อที่คุ้นหูในภูมิภาค แต่เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่ติดอันดับranking ด้านผลกระทบทางสังคมจาก THE Impact Rankings 2023 อันดับ 9 ของโลก พร้อมคุณภาพบัณฑิตที่มีงานทำถึง 75% และได้รับความพึงพอใจจากนายจ้าง 80% สิ่งที่ทำให้ มข. โดดเด่นคือการแปลงงานวิจัยเป็นนวัตกรรมที่ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนต้นแบบสำหรับจักรยานยนต์ไฟฟ้า หรือชุดตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับแบบรวดเร็ว OV-RDT ที่สามารถใช้ในชุมชนได้ทันที ไม่ต้องรอห้องแล็บ ซ้ำยังมีหลักสูตรใหม่ๆ อย่างengineering ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ ที่เปิดรับตั้งแต่ปี 2564 พร้อมหลักสูตรรถไฟฟ้าความเร็วสูงร่วมกับมหาวิทยาลัยจีน สะท้อนว่าการศึกษาที่นี่ไม่ได้ตามโลก แต่กำลังพยายามก้าวนำ

ส่วนมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ซึ่งเกิดจากการผนึกกำลังของสองสถาบัน กลับกลายเป็นดาวรุ่งด้านการวิจัยเพื่อสังคม ด้วยproject Kalasin Happiness Model (KHM) ที่ได้รับรางวัลจาก บพท. ปี 2565 โมเดลนี้ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่เป็นระบบดิจิทัลที่ค้นหาครัวเรือนยากจนที่ “ตกหล่น” จากข้อมูลรัฐกว่า 11,875 ครัวเรือน หรือ 51,034 คน แล้วนำกลับเข้าสู่ระบบช่วยเหลือ ผ่านการพัฒนาอาชีพตามศักยภาพ เช่น การปลูกผักอินทรีย์ในพื้นที่รกร้าง เช่น โรงเรียนหรือสถานีตำรวจเก่า จนสามารถยกระดับรายได้เฉลี่ยจาก 2,000 เป็น 6,000-8,000 บาท และสำหรับผู้ปลูกเห็ด รายได้พุ่งถึง 16,000-20,000 บาทต่อครัวเรือน ทั้งหมดนี้เกิดจากการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยในจีน และตั้งเป้าขยายผลไปอีก 20 จังหวัด ซึ่งสะท้อนว่าความยากจนไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ หากมีข้อมูลแม่นยำและระบบบริหารจัดการที่ดี

แต่ความสำเร็จก็ไม่ได้มาง่าย เมื่อคณะกรรมาธิการลงพื้นที่ชุมชนโนนอุดม จ.ขอนแก่น ก็เห็นภาพชัดเจนว่า นวัตกรรมอย่างข้าวพันธุ์ “ทับทิมชุมแพ” ที่พัฒนาโดย มข. ไม่ใช่แค่เรื่องการเกษตร แต่กลายเป็นห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การเพาะปลูก 537 ไร่ ไปจนถึงการแปรรูปเป็นproduct อย่างน้ำนมข้าว โจ๊กสำเร็จรูป และข้าวกล่องพร้อมรับประทาน โดยมีห้องปฏิบัติการอาหารแห่งอนาคต (NFC) เข้ามาช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์และระบบข้อมูล ทำให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพร้อมสู่ตลาด ทั้งในร้านโอทอปและท่าอากาศยาน พร้อมแผนส่งออกต่างประเทศ สิ่งที่เห็นคือองค์ความรู้ไม่ได้อยู่เฉย แต่ถูกส่งต่อ ตั้งแต่มหาวิทยาลัย ไปสู่ชุมชน ไปสู่ห่วงโซ่การค้า

อย่างไรก็ตาม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ ย้ำว่า ยังมีbarrier หากต้องการผลักดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ เช่น ขั้นตอนการอนุมัติ การเข้าถึงทุน หรือแม้แต่ระบบโลจิสติกส์ที่ยังขาดการเชื่อมโยง ตัวอย่างเช่น แม้ผลผลิตเห็ดจาก KHM จะเติบโต แต่ยังติดปัญหา “การกระจายสินค้า” จึงต้องเร่งสร้างศูนย์กระจายสินค้าเพื่อให้ชุมชนมีอำนาจต่อรองกับผู้ประกอบการรายใหญ่ นี่คือจุดที่ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุน ไม่ใช่แค่ให้ทุน แต่ต้องสร้างโครงสร้างที่ช่วยให้นวัตกรรมไทยไม่เพียงอยู่รอด แต่เติบโตได้ในโลกจริง การเยี่ยมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การชมผลงาน แต่คือการรับฟังเสียงสะท้อน เพื่อผลักดันให้การศึกษาและวิจัยไทยกลายเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศอย่างแท้จริง

ปฏิกิริยา 8

  • นักคิดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    ภูมิใจที่เห็นมหาวิทยาลัยในอีสานไม่ถูกมองว่าด้อยกว่า แต่กลับเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมpride จริงๆ ที่ได้เห็นผลงานแบบนี้

  • สายเป็นจริง

    โครงการแก้จนฟังดูดี แต่แล้ว 5 ปีข้างหน้าจะยังยั่งยืนไหม หรือจะเลิกทำเมื่อหมดงบ? ต้องดูที่ความยั่งยืนไม่ใช่แค่ตัวเลขชั่วคราว

  • แม่บ้านยุคใหม่

    ถ้ามีน้ำนมข้าวทับทิมชุมแพขายในซูเปอร์มาร์เก็ต จะซื้อทันที ดูน่ากินและน่าจะดีต่อสุขภาพproduct แบบนี้ควรสนับสนุน

  • ช่างสังเกต

    น่าสนใจที่ใช้พื้นที่รกร้างมาทำสวนผัก ทั้งโรงเรียนเก่าและสถานีตำรวจ นี่คือการบริหารspace อย่างชาญฉลาด

  • นักวิจัยเงียบๆ

    การที่ มข. ติดอันดับโลกด้านผลกระทบ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากงานวิจัยที่เน้นการใช้ประโยชน์จริง

  • คนเมืองกรุง

    ไม่คิดว่ามหาวิทยาลัยในต่างจังหวัดจะมีอะไรล้ำขนาดนี้ น่าจะมีการถ่ายทอดโมเดลนี้ไปทั่วประเทศ

  • นักเรียน ม.6

    ถ้ามหาวิทยาลัยเปิดรับตรงที่เกี่ยวกับ AI และหุ่นยนต์แบบ มข. อยากสมัครเลยengineering แบบนี้คืออนาคต

  • พ่อค้าเล็กๆ

    ศูนย์กระจายสินค้าสำคัญมาก ถ้าชุมชนรวมตัวกันได้ จะมีอำนาจต่อรองราคา ไม่ถูกพ่อค้ากดราคาอีกต่อไป

บทความอิงข้อเท็จจริงและถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นตัวอย่างของมุมมองที่หลากหลาย

[email protected]