ดีเอสไอพบเรือ 11 ลำเดินทางผิดปกติ โยงคดีน้ำมันหาย 60 ล้านลิตร
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยข้อมูลใหม่ที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายคดีน้ำมันหาย 60 ล้านลิตร หลังพบความผิดปกติในเส้นทางเดินเรือของเรือขนส่งน้ำมันสัญชาติไทยถึง 11 ลำ ซึ่งมีการแล่นออกนอกเส้นทางที่กำหนดไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวม 24 เที่ยว ในช่วงเดือนมีนาคม การเบี่ยงเบนเส้นทางดังกล่าวทำให้ระยะเวลาการเดินเรือยืดเยื้อออกไปกว่าปกติถึง 1-3 วัน ทั้งที่ตามหลักอุทกศาสตร์ไม่มีอุปสรรคใด ๆ ที่ควรทำให้เดินทางช้าลง
ความผิดปกติดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ คือ วันที่ 20-25 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จะมีมติปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกทุกชนิดพุ่งขึ้น 6 บาทต่อลิตรในวันที่ 26 มีนาคม ทำให้เกิดpublic trust ที่ลดลงในระบบการขนส่งน้ำมัน และเพิ่มpressure ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสอบสวนอย่างโปร่งใส
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลจากบริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่ในสุราษฎร์ธานีและพื้นที่อื่น ๆ อย่างปทุมธานี ระยอง และสมุทรสาคร พบว่ามีอัตราการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติในช่วง 26-27 มีนาคม เช่น คลังน้ำมันแห่งหนึ่งในปทุมธานีใช้ไฟฟ้าสูงถึง 1,600 กิโลวัตต์ต่อวัน ทั้งที่ปกติใช้เพียง 500 กิโลวัตต์ ซึ่งดีเอสไอระบุว่าการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นนี้มาจากระบบหัวจ่ายน้ำมันที่ต้องใช้ไฟในการดำเนินการครั้งละ 7 บาท บ่งชี้ว่าอาจมีการถ่ายถ่ายน้ำมันในช่วงเวลาที่ไม่เปิดเผย
ขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เข้าตรวจสอบโรงกลั่นและคลังน้ำมันใน 3 จังหวัดแล้วเมื่อวันที่ 8 เมษายน ท่ามกลางความต้องการของประชาชนให้มีreport ที่ชัดเจนและplan ป้องกันการทุจริตในอนาคต ดีเอสไอคาดว่าการสอบสวนจะช่วยให้เข้าใจต้นตอของrisk ที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทานพลังงาน และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงpolicy ด้านการตรวจสอบขนส่งสินค้าพลังงานอย่างเข้มงวดมากขึ้น
ถ้าเรือไปช้ากว่าปกติ 1-3 วัน แล้วใช้ไฟเพิ่มขนาดนั้น นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆcost ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก็เพื่อผลกำไรที่มากกว่า
อยู่สุราษฎร์ฯ มา 20 ปี ไม่เคยเห็นเรือขนส่งน้ำมันวนเวียนแถวน่านน้ำแบบนี้ ช่วงนั้นก็มีเรือลึกลับจอดนิ่งกลางทะเลด้วย
แทนที่จะใช้เงินกองทุนน้ำมันลดราคาให้ประชาชน กลับมีคนแสวงหาผลประโยชน์จากmarket ตลาดมืด แล้วใครเสีย? ก็คนขับรถไง
จังหวะเวลาพอดีเป๊ะกับการปรับราคา แสดงว่ามีคนในระบบหลุดข้อมูล หรือมีdecision การตัดสินใจที่รั่วไหล
น้ำมันแพงขึ้น 6 บาท แล้วบอกว่าหายไป 60 ล้านลิตร แล้วภาษีที่เราจ่ายไปมันไปไหน? แบบนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ
ขอให้ดีเอสไอสอบให้ถึงที่สุด อย่าให้เรื่องเงียบไปเหมือนทุกครั้งupdate อัปเดตความคืบหน้าด้วยนะครับ