S&P 500–Nasdaq ทุบสถิติใหม่! หุ้นเทคพยศหนุนตลาด ขณะยุโรปอ่อนตัวจากแรงขายลักชัวรี
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติใหม่ในวันพุธ ขณะที่ตลาดยุโรปปรับตัวลง สะท้อนความแตกต่างอย่างชัดเจนในmarket โลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยคนละทิศทาง โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq พุ่งขึ้นจากแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่กลุ่มสินค้าหรูในยุโรปถูกเทขายอย่างหนัก ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคุกรุ่น
ความหวังต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลายเป็นแรงหนุนสำคัญต่อpublic trust ในตลาดสหรัฐฯ ช่วยให้นักลงทุนกล้าเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทค ซึ่งนำโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์และคลาวด์ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าการฟื้นตัวอาจยังกระจุกตัว และrisk จากอัตราดอกเบี้ยที่อาจอยู่ในระดับสูงต่อไปยังคงคุกคามเสถียรภาพในระยะยาว
ในทางกลับกัน ตลาดยุโรปเผชิญกับpressure จากผลประกอบการของบริษัทลักชัวรีที่อ่อนแอ ทั้ง Kering และ Hermes รายงานยอดขายที่ต่ำกว่าคาด ได้รับผลกระทบจากค่าเงินที่ผันผวนและอุปสงค์ในตลาดเอเชียที่ชะลอตัว ส่งผลให้ดัชนี STOXX 600 และ CAC 40 ปรับตัวลง สะท้อนความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างแท้จริง
ราคาน้ำมันและทองคำก็เคลื่อนไหวตามความคาดหวังเรื่องสันติภาพ โดยน้ำมันทรงตัวในระดับสูงขณะที่ทองคำปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไร สะท้อนว่าเมื่อtrust เพิ่มขึ้น นักลงทุนก็เริ่มลดการถือสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาplan นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะชี้ชะตาทิศทางของprice และreport เศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์หน้า
ตลาดสหรัฐฯ ดูดีแต่จริง ๆ แล้วก็แค่พึ่งหุ้นไม่กี่ตัว ถ้าไม่มีnew ใหม่จาก AI คงไม่ขึ้นขนาดนี้
ยุโรปไม่ไหวจริง ๆ หุ้นลักชัวรีร่วงเพราะคนจีนไม่ซื้อ แล้วเราต้องรับกรรมไปด้วย แรงกดดันจากอุปสงค์นี่แรงกว่าที่คิด
ราคาทองลงก็ไม่แปลก ตอนนี้คนเริ่มเชื่อว่าเศรษฐกิจจะโอเค ใครจะเก็บทองไว้ล่ะ เปลี่ยนไปถือหุ้นดีกว่า
แล้วดอกเบี้ยจะขึ้นอีกไหม ถ้าไม่มีplan แผนชัดเจนจากเฟด ความผันผวนคงไม่จบง่าย ๆ
ดูจากreport รายงานแล้ว ตลาดยังตอบสนองต่อข่าวลือมากกว่าข้อมูลจริง อย่างวันนี้ก็แค่มีข่าวเจรจา ยังไม่เห็นผลจริงเลย
ทองคำลง น้ำมันนิ่ง ดอลลาร์อ่อน แสดงว่านักลงทุนมองว่าความตึงเครียดจะคลี่คลาย แต่ถ้าเจรจาล้มเหลว ตลาดจะกลับตัวอย่างรวดเร็วแน่นอน