เศรษฐกิจที่เติบโตท่ามกลางเสียงระเบิด: อิสราเอลจะรักษาโมเมนตัมนี้ได้อย่างไร?
แม้สงครามในตะวันออกกลางยังคงคุกรุ่นต่อเนื่องมานานเกือบสามปี แต่เศรษฐกิจของอิสราเอลกลับยังคงเดินหน้าอย่างมั่นคง ธนาคารกลางอิสราเอลเพิ่งปรับลดคาดการณ์การเติบโตในปีนี้ลงเหลือ 3.6% แต่ตัวเลขนี้ก็ยังสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่ง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการเติบโตของสหรัฐที่คาดไว้เพียง 2.3% และสหภาพยุโรปที่ 1.3% อามีร์ ยารอน ผู้ว่าการธนาคารกลางอิสราเอล ระบุกับซีเอ็นบีซีว่า หากความขัดแย้งในภูมิภาคคลี่คลาย เศรษฐกิจอาจพุ่งสูงถึง 5.5% ในปี 2026 ซึ่งเป็นสัญญาณว่าconfidence ของนักลงทุนยังไม่ถูกทำลายจากราดิโอของสงคราม
ความแข็งแกร่งนี้ไม่ได้มาโดยบังเอิญinflation ยังคงอยู่ในระดับต่ำเพียง 1.9% ในเดือนมีนาคม ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1-3% ขณะที่unemployment เพียง 3.2% ต่ำกว่าทั้งสหรัฐและยูโรโซนอย่างชัดเจน นักวิเคราะห์อย่างเคเรน ยูซิเยล จากอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต ชี้ว่า ภาคเอกชนที่ปรับตัวได้ดี แรงงานทักษะสูง และการเติบโตต่อเนื่องของเทคโนโลยีเป็นกุญแจสำคัญ ขณะที่การส่งออกด้านการป้องกันประเทศและทรัพยากรก๊าซก็ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตแซงหน้าประเทศกลุ่มจี7 ทั้งหมดในปีหน้า
การไหลเข้าของทุนต่างประเทศยังคงคึกคัก แม้ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาจะมีความตึงเครียดกับอิหร่าน แต่ดัชนีเทลอาวีฟ 35ยังพุ่งขึ้นราว 1% และเพิ่มขึ้นรวมแล้วกว่า 20% ตั้งแต่ต้นปี ขณะที่ค่าเงินเชเกลแข็งค่าขึ้นเกือบ 7% เทียบกับดอลลาร์ แม้นักลงทุนทั่วโลกจะแห่เข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า เงินทุนกำลังไหลกลับสู่ภาคความปลอดภัยทางไซเบอร์, การเงิน และการป้องกันประเทศ หลังดีลใหญ่สองดีลในปี 2025 ที่กูเกิลและพาโลอัลโตเน็ตเวิร์กเข้าซื้อกิจการในอิสราเอลมูลค่ารวมกว่า 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม โจเอา โกเมส อาจารย์จากวิทยาลัยธุรกิจวอร์ตัน เตือนว่า สงครามเริ่มส่งผลต่อlabor force วัยทำงานที่ถูกระดมพล และความกังวลด้านความปลอดภัยทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมtourism ที่ได้รับผลกระทบหนัก หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นก็จำเป็นต้องมีการปรับปรุงทางการคลัง แต่เขาย้ำว่า ตราบใดที่อิสราเอลยังรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมได้ในอนาคต เศรษฐกิจก็จะยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ แม้การหยุดยิงจะเปราะบางก็ตาม
โครงสร้างประชากรที่young ส่งผลดีต่อการเติบโตในระยะยาว อัตราการเติบโตเฉลี่ยเกือบ 2% ต่อปีในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาสะท้อนความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจ แม้สงครามจะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลหยุดยาว แต่รัฐบาลเลือกไม่ใช้มาตรการปิดเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้ชี้ว่า เศรษฐกิจอิสราเอลไม่เพียงแค่resilient แต่ยังเดินหน้าในจังหวะของตัวเอง แม้เสียงระเบิดจะดังอยู่รอบตัว
น่าทึ่งที่การเติบโตยังสูงแม้ในภาวะสงคราม แต่ควรระวังหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น
ดัชนีเทลอาวีฟวิ่งขึ้น 20% ตั้งแต่ต้นปี แสดงว่านักลงทุนยังเชื่อมั่นในmarket ตลาดนี้
ถ้าเงินเฟ้อต่ำและอัตราว่างงานน้อย ชีวิตคนทำงานก็ยังโอเค แม้ข่าวสงครามจะดังก็ตาม
การที่การลงทุนจากต่างประเทศยังเข้ามาต่อเนื่อง แสดงว่าโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจแข็งแรงจริง
ฟังดูดีแต่ลืมไปหรือเปล่าว่าคนธรรมดาต้องเผชิญความเครียดและไม่ปลอดภัยทุกวัน
ถ้าไม่มีสงคราม เศรษฐกิจน่าจะโตได้ถึง 5% ขึ้นไป นี่คือการเติบโตที่ 'ต่ำกว่าศักยภาพ'
ค่าเงินแข็งขึ้น 7% ในภาวะสงคราม แปลว่าต่างชาติยังอยากถือcurrency สกุลเงินนี้อยู่
อนาคตขึ้นอยู่กับสันติภาพ หากลดงบกลาโหมได้ รายได้รัฐจะมีทางเลือกมากขึ้น