หญิงตามเทรนด์ไวรัล 'กินบลูเบอร์รี' เพื่อสุขภาพ แต่สุดท้ายป่วย นิ่วในกระเพาะอาหาร
หญิงชาวจีนรายหนึ่งต้องเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉิน หลังตามเทรนด์ไวรัลที่บอกว่าการกินblueberries จำนวนมากจะช่วยให้สุขภาพดี โดยเธอรับประทานวันละประมาณ 250 กรัมติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน จนเกิดอาการปวดท้องรุนแรง คลื่นไส้ และอาเจียน
เมื่อแพทย์ตรวจพบhard mass ในกระเพาะอาหาร จึงวินิจฉัยว่าเธอเป็นstomach stone ซึ่งเกิดจากสารเพกตินและแทนนินในบลูเบอร์รีที่จับตัวกับโปรตีนและกรดในกระเพาะ กลายเป็นก้อนที่ย่อยยาก โดยเฉพาะเมื่อรับประทานขณะท้องว่างหรือในปริมาณมากเกินไป
แม้บลูเบอร์รีจะมีantioxidants และใยอาหารสูง ซึ่งช่วยลดinflammation เรื้อรังและส่งเสริมสุขภาพหลอดเลือด แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ไม่ควรมองว่าเป็นtreatment แทนยา โดยเฉพาะอาการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ
นักโภชนาการแนะนำให้กินบลูเบอร์รีในปริมาณพอเหมาะ คือวันละประมาณ 1 กำมือหรือราว 10–20 ผล และควรหลีกเลี่ยงการกินขณะท้องว่าง นอกจากนี้ยังมี 4 กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวัง ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้มีภาวะกระเพาะอ่อนแอ ผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
เคสนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นstomach stone นิ่วในกระเพาะเกิดได้จริงจากผลไม้ที่กินเปล่าๆ แล้วไม่ล้างน้ำออก ระวังให้ดีนะครับ
ตามเทรนด์ทีไร ต้องมีคนเจ็บทุกที ข้อมูลสุขภาพควรมีreliable source แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือไม่ใช่แค่ไวรัล
กินวันละ 250 กรัมเนี่ย มากเกินไปจริงๆ ขนาด 1 กำมือก็ยังรู้สึกว่าเพียบแล้ว
สารแทนนินกับเพกตินในผลไม้บางชนิดถ้ากินเยอะมันจับตัวได้ ไม่ใช่แค่บลูเบอร์รีนะ
แล้วตกลงกินได้ไหมอะ กลัวไปหมด หรือแค่ระวังportion สัดส่วนไม่ให้มากเกินไป?
ไม่ต้องกลัวจนเลิกกิน แต่ต้องรู้ว่าmoderation ความพอดีสำคัญกว่าปริมาณเยอะๆ