ทรัมป์ยืนยัน อิสราเอลไม่เคยโน้มน้าวให้เขาทำสงครามกับอิหร่าน
โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาconfirm อีกครั้งว่า อิสราเอลไม่เคยpersuade หรือpressure เขาให้เริ่มต้นสงครามกับอิหร่าน ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ยังคงสะพัดในสหรัฐฯ หลังเหตุการณ์โจมตีซับซ้อนที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลาง โดยเขาได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เพื่อตอบโต้สื่อที่เขากล่าวหาว่าเผยแพร่ข่าวปลอมและfabricated ขึ้นมาเอง
ทรัมป์ระบุว่าstance ของเขาที่ต่อต้านการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านนั้นมีอยู่ก่อนแล้ว และเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ไม่ใช่แรงผลักดันจากอิสราเอล แต่เป็นการย้ำprinciple ที่เขายึดมั่นมาตลอด พร้อมวิพากษ์วิจารณ์สื่อว่ารายงานข่าวด้วยความลำเอียง และผลโพลที่ออกมาล้วนถูกจัดฉาก คล้ายกับการเลือกตั้งปี 2563 ที่เขาอ้างว่าถูกโกง
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากอากาศว่างเปล่า หนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์กไทมส์เคยรายงานว่า ที่ปรึกษาความมั่นคงระดับสูงของทรัมป์ รวมถึงพลเอก แดน เคน รู้สึกconcerned ต่อข้อมูลที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลนำเสนอ ซึ่งอาจมีจุดประสงค์เพื่อชักจูงให้สหรัฐฯ เข้าสู่ความขัดแย้งกับอิหร่าน
แม้ทรัมป์จะปฏิเสธอย่างหนักแน่น แต่คำให้การของโจ เคนต์ อดีตหัวหน้าศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งชาติ กลับชี้ว่ามีsecret channel ที่อิสราเอลใช้เพื่อinfluence การตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังคงสร้างความตึงเครียดทางการเมืองทั้งภายในประเทศและในเวทีinternational
เขาปฏิเสธทุกอย่างตลอดเวลา แต่ความจริงคือการinfluence มีอิทธิพลไม่จำเป็นต้องพูดออกมาตรง ๆ ก็ได้
สื่อก็มีแนวโน้มexaggerate บิดเบือนแต่การปฏิเสธแบบไม่ฟังเสียงข้างในเองก็ผิดปกติ
ถ้าไม่มีใครpressure กดดันแล้วทำไมที่ปรึกษาถึงลาออกกันเป็นแถว
อิหร่านเป็นstrategic จุดยุทธศาสตร์ที่ทุกชาติต้องจับตา ไม่ว่าใครจะควบคุมก็ตาม
เขาชอบโยนความผิดให้สื่อ แทนที่จะตอบคำถามตรง ๆ เรื่องความรับผิดชอบหายไปไหน
สงครามครั้งนี้ถ้าเริ่มขึ้น จะไม่ใช่แค่สองประเทศ แต่เป็นglobal ระดับโลกทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง