อย่าเพิ่งหวาดกลัวตกงาน เปิด 4 ทักษะที่ทำให้มนุษย์ยังเป็นเบอร์หนึ่งในปี 2030
ในยุคที่technology อย่างปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ก้าวเข้ามาในทุกวงการ ความกังวลเรื่องjob security ของมนุษย์จึงเพิ่มสูงขึ้น หลายคนเริ่มถามตัวเองว่า แล้วเราจะยังมีคุณค่าในตลาดแรงงานหรือไม่ แต่ข้อมูลจากรายงานอนาคตแห่งงานปี 2025 โดย World Economic Forum ชี้ว่า 39% ของทักษะหลักที่ต้องการในงานจะเปลี่ยนไปภายในปี 2030 โดยเฉพาะทักษะที่เรียกว่า Soft Skills ซึ่งมีแนวโน้มจะกลายเป็นสิ่งที่นายจ้างแสวงหาอย่างมาก
หนึ่งในทักษะสำคัญที่ AI ยังทำแทนไม่ได้คือemotional intelligence หรือความสามารถในการเข้าใจ จัดการ และตอบสนองต่ออารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม รายงานของ WEF จัดอันดับทักษะด้านความยืดหยุ่นและการปรับตัวเป็นอันดับสองในรายการที่ต้องการมากที่สุด ซึ่งล้วนมีรากฐานมาจากความฉลาดทางอารมณ์ สำหรับนักศึกษา การเล่าถึงเหตุการณ์ที่ต้องจัดการความขัดแย้งหรือตั้งตัวใหม่หลังพลาดประเมินสถานการณ์ คือการพิสูจน์self-awareness ที่แท้จริง
อีกทักษะที่มีค่าคือinfluence ทางสังคมและการโน้มน้าวใจ แม้ AI จะสร้างเนื้อหาโฆษณาหรือบทความได้ดี แต่มันไม่สามารถสร้างtrust ที่ทำให้คนเปลี่ยนใจได้ ทักษะนี้อยู่ในอันดับสามของสิ่งที่นายจ้างต้องการ โดยนักศึกษาควรเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เช่น ไอเดียที่ทำให้ทีมได้รับทุนสนับสนุน ส่วนคนทำงานควรจัดทำพอร์ตโฟลิโอที่แสดงให้เห็นว่าตนคือแรงผลักดันสำคัญของโปรเจกต์ที่ประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้critical thinking และrelationship-building ก็เป็นทักษะที่ AI ยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้ การวิเคราะห์สถานการณ์ที่ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน ต้องอาศัยการคิดอย่างรอบด้าน ขณะที่การสร้างเครือข่าย คอนเน็กชัน หรือความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ต้องใช้ความใส่ใจและความสม่ำเสมอ ซึ่งไม่สามารถจำลองด้วยอัลกอริทึมได้ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่ทักษะเสริม แต่คือตัวตัดสินว่าทักษะทางเทคนิคของคุณจะถูกใช้อย่างมีimpact หรือไม่ในอนาคต
ทักษะพวกนี้ฟังดูดีนะ แต่บริษัทจริงๆ เวลาจ้างงานก็ยังมองที่ประสบการณ์เทคนิคและ resume เป็นหลักอยู่ดี แล้วเราจะแสดงemotional intelligence ความฉลาดทางอารมณ์ผ่านเอกสารได้ยังไง
ตอนนี้เริ่มเห็นแล้วว่าบริษัทใหญ่ๆ เริ่มให้ความสำคัญกับsoft skills ทักษะนุ่มนวลเวลาสัมภาษณ์งาน ไม่ใช่แค่ถามว่าทำอะไรได้บ้าง แต่ถามว่าจัดการกับทีมอย่างไร แก้ปัญหาความขัดแย้งยังไง
ถ้า AI ทำแทนเราไม่ได้ แล้วทำไมบางคนถึงตกงานล่ะ ตลาดแรงงานมันตอบสนองช้ากว่าเทคโนโลยีเยอะ ทักษะพวกนี้อาจสำคัญ แต่ก็ต้องพัฒนาpractical skills ทักษะปฏิบัติควบคู่ไปด้วย
อ่านแล้วรู้สึกดีขึ้นหน่อย ที่ยังมีอะไรบางอย่างที่เราทำได้แต่ AI ทำไม่ได้ อย่างน้อยก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่redundant ส่วนเกินในระบบ
แล้วบริษัทจะวัดทักษะพวกนี้ได้ยังไง อย่าให้มันกลายเป็นคำสวยๆ ที่ใช้ในcorporate talk การพูดคุยทางธุรกิจแต่ไม่มีการลงมือจริง
จริงๆ แล้วทักษะพวกนี้มีมาตั้งแต่ก่อน AI นะ แต่เราเพิ่งมาเน้นตอนมี AI เพราะกลัวตกงาน น่าจะเริ่มฝึกตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ต้องแข่งกับmachine เครื่องจักร
การสร้างgenuine relationship ความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้า มันใช้เวลา ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในวันเดียว แต่คุ้มค่ามากเมื่อผลลัพธ์มาถึง
ทักษะเหล่านี้ฟังดูดี แต่ถ้าไม่มีsalary เงินเดือนที่สะท้อนคุณค่า ก็คงไม่มีใครอยากพัฒนาหรอก