เตรียมเพิ่มโทษหนัก ช่างตัดผมโหด
เหตุสะเทือนขวัญในร้านตัดผมย่านปากเกร็ด ถูกจับตามองหลังชายวัย 26 ปีถูกทำร้ายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม โดยมีช่างตัดผมอายุ 58 ปีและภรรยาอีกสองคนเป็นผู้ต้องสงสัยviolence ที่เกิดขึ้นภายในร้านทำให้เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และเตรียมพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อหาpremeditated ซึ่งอาจส่งผลให้โทษหนักขึ้นอย่างมาก
ผู้กำกับการ สภ.ปากเกร็ด เดินทางไปร่วมพิธีสวดอภิธรรมศพคืนที่ 3 ที่วัดบางพัง พร้อมให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต ย้ำว่าจะดำเนินคดีตามevidence อย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับปมเหตุให้มาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ขณะนี้ยังคงรอผลชันสูตรศพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันสาเหตุการตายและร่องรอยการต่อสู้
นายมิว อายุ 36 ปี ลูกค้าประจำของร้าน เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เคยสนิทกับช่างเอก หรือผู้ต้องหา ตั้งแต่เขายังหนุ่ม ช่างเอกมีนิสัยเจ้าชู้ พูดจาหว่านล้อมผู้หญิงเก่ง แต่กลับสร้างภาพว่าเป็นคนดี โดยอ้างว่าไปทำบุญที่วัด ซึ่งแท้จริงแล้วใช้โอกาสนั้นไปพบหญิงอื่น ช่างเอกยังมีพฤติกรรมintimidation โดยอาศัยความรู้เรื่องกฎหมาย เพราะเรียนนิติศาสตร์จบจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ที่น่าสลดใจคือ น.ส.เกด ชาว สปป.ลาว ที่มาทำงานตั้งแต่อายุ 15 ปี ถูกช่างเอกควบคุมและabuse ร่างกายบ่อยครั้ง จนต้องหนีกลับประเทศ ผู้พูดเชื่อว่าเธออาจถูกขืนใจ แต่ไม่กล้าเปิดเผยเพราะถูกข่มขู่ นายมิวตั้งข้อสังเกตว่า คดีนี้อาจเกิดจากความเข้าใจผิด คิดว่าผู้เสียชีวิตพา น.ส.เกด หนีไป จึงลงมือทำร้ายจนเกินกว่าเหตุ ทั้งที่เหยื่อpleaded แล้วก็ตาม
แค่ฟังก็รู้สึกhorror ความสยดสยองแล้ว ทำไมคนหนึ่งถึงสามารถควบคุมชีวิตคนอื่นได้ขนาดนี้
การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือข่มขู่ นี่คือabuse การละเมิดอย่างร้ายแรงที่สุด
สงสารน้องเกดจัง อยู่ในสภาพแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว ไม่มีใครช่วยเลยเหรอ
ถ้าเพิ่มข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้จริง น่าจะเป็นdeterrent แรงยับยั้งสำคัญสำหรับคดีลักษณะนี้
คนแบบนี้สร้างภาพดีเก่ง ไปทำบุญแต่ใจโหด น่ากลัวกว่าคนที่แสดงออกตรง ๆ อีก
เราควรตั้งคำถามว่า ระบบอะไรที่ปล่อยให้เหยื่อถูกละเมิดแบบนี้โดยไม่มีทางหนีsupport การช่วยเหลืออยู่ที่ไหน