เปิดประวัติ "ยูคิ อาดาจิ" พ่อเลี้ยงโหดเกียวโต สารภาพฆ่าลูกเลี้ยงวัย 11 ขวบ ปิดฉากละครลวงโลก

เปิดหน้าผู้ก่อเหตุสะเทือนขวัญkiller อย่างนายยูคิ อาดาจิ พนักงานบริษัทวัย 37 ปี จากจังหวัดเกียวโต ผู้สารภาพว่าเป็นผู้ลงมือmurder ด.ช.ยูกิ อาดาจิ ลูกเลี้ยงวัย 11 ขวบ ก่อนจะlie หลอกเจ้าหน้าที่ว่าเด็กหายตัวไปตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม คดีนี้กลายเป็นที่จับตาของสาธารณะชนทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ หลังจากผู้ต้องหาใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนในการdeceive เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน

ตามรายงานจาก NHK และ The Japan Times ระบุว่า นายอาดาจิแจ้งความหายตัวของเด็กเองเมื่อวันที่ 23 มีนาคม อ้างว่าได้ส่งลูกเลี้ยงถึงหน้าโรงเรียนประถมโซโนเบะ แต่กล้องวงจรปิดกลับไม่พบภาพของเด็กแม้แต่ภาพเดียว ความผิดปกตินี้กลายเป็นclue สำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่เริ่มตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของคำให้การ และยิ่งเมื่อพบกระเป๋าเป้และรองเท้าของเด็กถูกทิ้งกระจายในจุดห่างไกลกัน ยิ่งชี้ว่ามีการstage อย่างตั้งใจเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

จุดเปลี่ยนของคดีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน เมื่อเจ้าหน้าที่พบศพของเด็กชายในป่าลึกเมืองนันตัง ห่างจากโรงเรียนถึง 2 กิโลเมตร โดยเด็กไม่สวมรองเท้า ซึ่งเป็นระยะทางที่ไม่น่าเป็นไปได้ที่เด็กจะเดินไปเองได้ หลักฐานชิ้นนี้กลายเป็นpressure สำคัญที่ทำให้ตำรวจตัดสินใจเข้าบุกค้นบ้านพักของนายอาดาจิในวันที่ 15 เมษายน และเช้าวันที่ 16 เมษายน เขาได้confess ด้วยตนเองว่า “ไม่มีข้อผิดพลาดครับ ผมเป็นคนทำเอง”

แม้ปัจจุบันยังไม่ทราบแรงจูงใจที่แน่ชัด แต่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนเพื่อวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์นี้เกิดจากfamily conflict หรือเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ คดีนี้สะท้อนถึงpublic trust ที่สั่นคลอนต่อระบบการดูแลเด็ก และการใช้evidence ทางเทคโนโลยีที่ช่วยเปิดโปงความจริงในยุคสมัยใหม่

ปฏิกิริยา 6

  • คนติดข่าว

    ความเสียใจของครอบครัวคงไม่มีวันหาย แต่การที่เขาสร้างเรื่องขึ้นมาได้ขนาดนี้ แสดงว่าplanning นี้ถูกวางไว้มาแล้วอย่างดี

  • แม่ลูกสอง

    อ่านแล้วขนลุกมาก แค่คิดว่ามีคนใกล้ตัวทำร้ายเด็ก แล้วยังแสดงท่าทีกังวลได้เหมือนจริง ความโหดร้ายแบบนี้มันซ่อนอยู่ในdaily life เงียบๆ

  • นักสังเกต

    ชื่อพ่อเลี้ยงกับลูกเลี้ยงออกเสียงเหมือนกัน คือ 'ยูกิ' แต่เขียนต่างกัน ดูเหมือนจะกลายเป็นsymbol ของความสัมพันธ์ที่ผิดปกติไปแล้ว

  • จริงใจ

    ตำรวจและอาสาสมัครตามหากันแทบทั้งป่า แล้วคนก่อเหตุกลับใช้ชีวิตปกติ นี่คือความโหดที่สุดแล้ว ไม่ใช่แค่การฆ่า แต่คือการmock ความหวังของคนทั้งชาติ

  • คิดตาม

    ถ้าไม่เจอศพเร็ว หรือไม่มีกล้องวงจรปิด คดีนี้อาจจะกลายเป็นคดีที่ไม่มีคำตอบได้ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า ยังมีคดีแบบนี้อีกกี่คดีที่ยังไม่ถูกเปิดเผยrisk มันอยู่รอบตัวจริงๆ

  • สงสัย

    เขาสารภาพเพราะรู้ว่าหนีไม่พ้นแล้วใช่ไหม หรือรู้สึกผิดจริงๆ แต่ก็สายเกินไป ความรู้สึกผิดไม่สามารถคืนชีวิตเด็กคนนั้นกลับมาได้cost ที่ต้องจ่ายมันหนักเกินไป

บทความอิงข้อเท็จจริงและถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นตัวอย่างของมุมมองที่หลากหลาย

[email protected]