IMF มองไทยปีนี้ โต 1.5% ต่ำสุดอาเซียน สวนทางประเทศใหญ่ในภูมิภาคที่โตเกิน 3.5%
กองทุนการเงินระหว่างชาติ หรือ IMF ได้ปรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ให้ชะลอตัวลงอีกเล็กน้อยเหลือเพียงแผนใหม่ที่เติบโต 1.5% จากรายงานล่าสุดในreport World Economic Outlook ฉบับเดือนเมษายน ตัวเลขดังกล่าวแม้ลดลงเพียง 0.1 จุดจากคาดการณ์ก่อนหน้า แต่กลับทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีอัตราเติบโตต่ำที่สุดในกลุ่มอาเซียน ซึ่งอยู่ในภาวะที่ต่างโดยสิ้นเชิงกับหลายชาติเพื่อนบ้านที่กำลังขยายตัวอย่างมีpressure สูง
ขณะที่ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในภูมิภาค เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ต่างมีแนวโน้มเติบโตเกิน 3.5% นั้น เวียดนามกลับโดดเด่นที่สุดด้วยตัวเลขคาดการณ์ถึง 7.1% ทำให้ความเหลื่อมล้ำด้านmarket เศรษฐกิจในภูมิภาคยิ่งชัดเจนขึ้น ไทยซึ่งเคยพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยว กลับเผชิญrisk หลายด้านที่ทับซ้อนกัน ทั้งในด้านพลังงานและการคลัง
หนึ่งในปัจจัยหลักที่ IMF และธนาคารโลกชี้ให้เห็น คือการพึ่งพาพลังงานนำเข้าในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนภาคการผลิตและครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งpublic trust ของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำ จากภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงและprice ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้รัฐบาลจะพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ข้อจำกัดด้านงบประมาณก็ทำให้มาตรการบางอย่างต้องชะลอหรือลดขนาดลง
นอกจากนี้ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ช้ากว่าคาด ยังเป็นอีกแรงกดดันสำคัญ จำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับมาเต็มที่ ทำให้รายได้จากต่างประเทศไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากไม่มีplan ระยะยาวที่ชัดเจนในการลดการพึ่งพาภายนอกและยกระดับผลิตภาพในประเทศ เศรษฐกิจอาจยังคงเติบโตในอัตราต่ำต่อไปในปีต่อๆ ไป แม้ภูมิภาคจะขยายตัวอย่างรวดเร็วก็ตาม
ตัวเลข 1.5% นี่แทบไม่ต่างจากไม่เติบโตเลยนะ ถ้าหักinflation เงินเฟ้อแล้ว รายได้จริงของคนส่วนใหญ่ก็น่าจะติดลบ
แล้วเมื่อไหร่ราคาสินค้าจะลงบ้างล่ะ ตอนนี้ขายของก็ตกราคา แต่ของที่ซื้อเข้ามาทุกอย่างก็แพงขึ้นทั้งนั้นprice ราคาสองทางนี่ลำบากจริงๆ
เวียดนาม 7.1% กับไทย 1.5% ต่างกันลิบลับ แสดงว่าเราไม่ได้แค่ช้า แต่กำลังเสียmarket ตลาดไปให้เขาอย่างถาวร
ฟังดูหนักใจจัง แล้วรัฐจะมีplan แผนอะไรให้คนทั่วไปอยู่รอดผ่านช่วงนี้บ้างไหม
ทั้งrisk ความเสี่ยงทั้งpressure แรงกดดันเยอะขนาดนี้ แต่การเมืองก็ยังวนอยู่กับเรื่องเดิมๆ ไม่เคยพูดถึงทางออกจริงจังซักที
ข้อจำกัดทางการคลังที่ว่า มันหมายถึงรัฐบาลไม่มีเงินจะกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วใช่ไหม แล้วจะให้ประชาชนช่วยกันยังไงดีpublic trust ความเชื่อมั่นจะกลับมาได้ยังไง