ดุสิตโพลชี้ ปชช.หนุนปรับราคาน้ำมัน-ไฟฟ้า แต่ยังไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้จริง
ผลสำรวจล่าสุดจากสวนดุสิตโพลชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่support ในการplan น้ำมันและไฟฟ้า หวังว่าจะช่วยคลี่คลายปัญหาค่าครองชีพที่ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความuncertainty สูงว่า แนวทางนี้จะsuccessfully หรือไม่ แม้report จะระบุว่า 72.27% เห็นด้วยกับการปรับราคาพลังงาน แต่ผู้ที่เชื่อมั่นว่าจะสำเร็จมีเพียง 34.36% เท่านั้น
อีกหนึ่งเสียงสะท้อนที่ชัดเจนคือ ความต้องการให้รัฐบาลreduce น้ำมันและภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม ซึ่งมีผู้เห็นด้วยสูงถึง 76.07% สะท้อนว่า คนไทยต้องการมาตรการที่immediate ไม่ใช่แค่policy ระยะยาวที่อาจใช้เวลา น.ส. พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลบรรเทาภาระค่าครองชีพอย่างเป็นรูปธรรม และไม่ต้องการเพียงคำพูดหรือการประกาศที่ไม่จับต้องได้
ผศ. ดร. เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ประชาชนจะเห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน แต่trust ต่อการดำเนินการยังอยู่ในระดับปานกลาง เพราะมีสัดส่วนผู้ที่doubt สูงถึง 32.23% ซึ่งแสดงว่า รัฐบาลยังขาดpublic trust จากประชาชนในระดับหนึ่ง แม้แนวทางนี้จะดูเป็นรากของปัญหา แต่การสื่อสารและการลงมือปฏิบัติยังต้องclear และdirect กว่านี้
ประเด็นนี้จึงกลายเป็นpressure สำคัญต่อรัฐบาลในการหาจุดสมดุลระหว่างการreform เชิงโครงสร้างกับการตอบสนองdemand ระยะสั้นของประชาชน พร้อมกับรักษาวินัยการคลังให้ยั่งยืน ความคาดหวังของประชาชนไม่ได้หยุดอยู่แค่การประกาศแผน แต่ต้องการเห็นaction ที่quickly และeffective
76% อยากให้ลดภาษีเพิ่ม แปลว่าคนเน้นshort-term relief ความช่วยเหลือระยะสั้นมากกว่าแผนใหญ่ที่ใช้เวลานาน
หนุนก็จริง แต่ไม่เชื่อก็เยอะ แสดงว่าpublic trust ความเชื่อมั่นของรัฐบาลยังสั่นคลอน
ลดภาษีน้ำมันได้จริงก็ช่วยได้เยอะ ค่าน้ำมันกับค่าไฟคือmain cost ต้นทุนหลักของชีวิตประจำวัน
รัฐบาลควรเร่งcommunicate สื่อสารให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่พูดเป็นแผนกับนโยบายอย่างเดียว
แล้วถ้าลดภาษีจริง งบประมาณจะโอเคไหม หรือสุดท้ายจะกลายเป็นความเสี่ยงทางการคลัง
ประชาชนต้องการเห็นreal action การกระทำจริงไม่ใช่แค่การสำรวจความคิดเห็นแล้วเงียบหาย