ทนายชี้ช่อง “รถถัง” สู้คดี 640 ล้าน ชี้ลายเซ็นโดยไม่เข้าใจ อาจทำให้สัญญาเป็นโมฆะ

กรณีที่organization ONE ฟ้องร้องfighter รถถัง จิตรเมืองนนท์ เป็นเงินสูงถึง 640 ล้านบาท หลังถูกกล่าวหาว่าละเมิดcontract ได้กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการกีฬา โดยเฉพาะเมื่อทนายทนงค์ แซ่จิ๋ว ออกมาชี้ว่าปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การไม่ซื่อสัตย์ แต่อยู่ที่understanding ที่ขาดหายไปตั้งแต่ต้น

ตามหลักกฎหมาย สัญญาจะมีผลผูกพันได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายมีintent ตรงกัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถอ่านหรือเข้าใจเนื้อหาของสัญญาได้ เช่น รถถังที่ถูกให้เซ็นเอกสารภาษาอังกฤษล้วนโดยไม่มีคำแปลหรือการอธิบาย อาจถือว่าเป็นmistake ในสาระสำคัญ ซึ่งทำให้สัญญานั้นตกเป็นโมฆะได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งมาตรา 156

ในทางปฏิบัติ ภาระในการพิสูจน์ว่าได้มีการสื่อสารข้อมูลอย่างชัดเจนจะตกอยู่กับฝ่ายที่ร่างสัญญา หากไม่มีevidence ว่ามีการใช้ล่าม ไม่มีสำเนาภาษาไทย หรือไม่มีการบันทึกว่าคู่สัญญาเข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง องค์กรระดับโลกอย่าง ONE อาจเผชิญกับpressure ทางกฎหมายอย่างหนัก

แม้เหตุการณ์นี้จะยังไม่ถึงชั้นศาล แต่กรณีนี้ช่วยเตือนใจนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องในวงการว่าtrust ในข้อตกลงไม่ควรตั้งอยู่แค่บนลายเซ็น แต่ต้องมีclarity และความเป็นธรรม ไม่ใช่แค่ในภาษา แต่ในเจตนาที่แท้จริงของทั้งสองฝ่าย

ปฏิกิริยา 6

  • แฟนมวยเก่า

    ถ้าไม่เข้าใจสัญญาจริง ๆ ก็ไม่ควรโดนผูกมัดนะfair แล้ว

  • นักเขียนกฎหมาย

    ประเด็นสำคัญคือproof ว่าเขาไม่เข้าใจจริง ไม่ใช่แค่ปฏิเสธทีหลัง

  • คนดูมวย

    640 ล้านนี่cost มหาศาล ถ้าสัญญาเป็นโมฆะจริง ฝ่ายจัดการจะเสียภาพลักษณ์แน่

  • ทนายเลือดใหม่

    ศาลฎีกาเคยตัดสินแบบนี้แล้วในฎีกา 843/2501 ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญ

  • แม่บ้านมวย

    สงสารรถถัง นักกีฬาไทยหลายรายโดนแบบนี้ ภาษาอังกฤษไม่แข็ง แต่ต้องเซ็นเอกสารquickly

  • เชียร์ข้างสนาม

    ถ้าองค์กรใหญ่ทำแบบนี้ แสดงว่าrisk ด้านภาพลักษณ์ก็สูงไม่แพ้เรื่องค่าเสียหาย

บทความอิงข้อเท็จจริงและถูกเรียบเรียงใหม่เพื่อการเรียนภาษาอังกฤษ ความคิดเห็นของผู้อ่านเป็นตัวอย่างของมุมมองที่หลากหลาย

[email protected]