“อนุทิน” ขอโทษแทนแม่ทัพ 4 ชี้ลูกน้องพูดผิดพลาดจากความเครียด ยืนยันไม่เหมาปอเนาะทั้งหมด
เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ที่ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานีprime minister อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวขอโทษประชาชนชาวมุสลิมแทนแม่ทัพภาคที่ 4 หลังคำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงสร้างความไม่สบายใจให้กับสถาบันreligious school โดยระบุว่าแม่ทัพได้ยอมรับผิดและขอโทษด้วยความเต็มใจแล้ว พร้อมย้ำว่าไม่มีเจตนาร้ายใดๆ ทั้งสิ้น
นายอนุทินอธิบายว่าpressure จากภารกิจรุมเร้าและการทำงานภายใต้สภาวะตึงเครียด อาจทำให้แม่ทัพพูดคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ไม่ได้หมายถึงทุกสถาบันปอเนาะ ย้ำว่าเป็นเพียงการกล่าวถึงบางจุดที่มีปัญหา พร้อมยืนยันว่าได้พูดคุยทำความเข้าใจกับตัวแทนทางศาสนาและองค์กรการศึกษาเอกชนในพื้นที่แล้ว เพื่อรักษาpublic trust ให้คงอยู่
ในประเด็นคดีอื้อฉาวที่เกี่ยวข้องกับการยิงส.ส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะนายกฯ ยืนยันว่าคดีคืบหน้าไปมาก ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้เกือบทั้งหมด และอยู่ระหว่างการขยายผล ย้ำว่าจะไม่มีการcut short กระบวนการยุติธรรม เพราะความยุติธรรมคือรากฐานสำคัญของpeace ที่แท้จริงในพื้นที่
ด้านนโยบายเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีมองว่า วิกฤตสงครามตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อoil prices อาจเป็นโอกาสของไทย โดยกล่าวว่า "น้ำมันกินไม่ได้ แต่ไทยมีอาหาร" จึงมีแผนผลักดันชายแดนใต้ให้เป็นแหล่งผลิตอาหารhalal ป้อนตลาดโลก พร้อมยกภาพประทับใจของความร่วมมือระหว่างศาสนา อย่างอิหม่ามที่นั่งบีบขาให้พระสงฆ์ ว่าเป็นสัญลักษณ์ของพลังreconciliation ที่จะใช้พัฒนาพื้นที่ต่อไป
คำพูดของแม่ทัพอาจไม่ตั้งใจ แต่impact ผลกระทบมันใหญ่เกินไป ขอโทษแล้วต้องตามด้วยaction การกระทำที่ชัดเจน
รู้สึกดีที่นายกฯ มาพูดด้วยตัวเอง แต่local people คนใต้เหนื่อยมานานแล้วกับtension ความตึงเครียด
นโยบายhalal market ตลาดฮาลาลฟังดูดี แต่ต้องดูว่าinvestment การลงทุนจะกระจายจริงหรือไม่
ขอแค่รัฐเข้าใจว่าปอเนาะไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นส่วนหนึ่งของcommunity ชุมชนที่ต้องการความsupport สนับสนุน
ภาพอิหม่ามกับพระมันช่างงดงาม หวังว่าสัญลักษณ์จะไม่จางหายไปกับเวลา
การขอโทษฟังดูดี แต่real change การเปลี่ยนแปลงจริงจะเกิดขึ้นไหม ต้องรอพิสูจน์