เมื่อ 'การเมือง' ซ่อนอยู่ในพิธีกรรมและปฏิบัติการ
ในวันที่ทุกสายตาหันไปมอง 'การเมือง' อย่างตั้งคำถาม กลับพบว่า 'การเมือง' นั้นแทรกซึมอยู่ในทุกพิธีกรรม ทุกการจัดตำแหน่ง และทุกการปรากฏตัวของอำนาจ ช่วงเช้าวันวันตำรวจที่ 17 ตุลาคม 2567 ภายในรั้วปทุมวัน บรรยากาศไม่ใช่แค่พิธีการที่เคร่งขรึม แต่แฝงความตึงเครียดที่ไม่มองไม่เห็น ระหว่าง 'ฝ่ายชาย' และ 'ฝ่ายหญิง' ที่ถูกย้ายที่นั่งจากแถวหน้าโดยไม่แจ้งเหตุผล จนเหล่าแม่บ้านตำรวจต้องนั่งแยกออกไป แม้แต่พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ก็ไม่มีหญิงใดปรากฏตัวเว้นแต่ 'หัวหน้าฝ่ายหญิง' ผู้นั่งอยู่เพียงลำพัง ราวกับเป็นสัญลักษณ์ของexclusion จากศูนย์กลางอำนาจ คำถามที่หลายคนหยิบขึ้นมาคือ นี่คือเรื่องของ 'ความไม่แฮปปี้' หรือคือ 'การเมืองในจานรอง' ที่เล่นกันอย่างเงียบเชียบ?
แต่ในขณะที่ภายในรั้วยังขยับตัวอย่างระมัดระวัง ภายนอกนั้นปฏิบัติการหนึ่งกลับทลายความเงียบด้วยเสียงระทึก ตำรวจ บก.ปคบ. บุกจับ 18 บอสดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมข้อหาฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จผ่านคอมพิวเตอร์ ปฏิบัติการที่ถูกเรียกว่า 'หนุมานถล่มกรุง' นี้ไม่เพียงจับได้ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว แต่ยังสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการสื่อสารของหน่วยงานรัฐ ผ่านเพจ 'CIB ตำรวจสอบสวนกลาง' ที่กลายเป็นไวรัล ด้วยภาพกราฟิกที่เลียนแบบหนังสยอง 'ธี่หยด' ทำให้เกิดimpact ทั้งในสังคมออนไลน์และจิตใจของผู้กระทำผิด ใครจะคิดว่าหน่วยงานความมั่นคงจะใช้ 'สยองขวัญ' เป็นเครื่องมือทางจิตวิทยา?
พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช หรือ 'บิ๊กก้อง' ผู้นำหน่วยที่ถูกมองว่าเป็น 'คนหนุ่มไฟแรง' ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของงานสอบสวนให้ดูทันสมัยและมีชีวิตชีวา ไม่ใช่แค่การจับกุม แต่คือการสื่อสารอย่างมีกลยุทธ์ที่ทำให้ประชาชนตื่นตัวและให้ความร่วมมือ ขณะที่ 'บิ๊กอ้วน' ภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะ รมว.กลาโหม คนใหม่ ก็ประเดิมงานด้วยการเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล (ศตก.) ที่ทุ่งสีกัน โดยมี 'ผบ.หมู' พล.ท.สุเมธ ผบ.ศตก. ผู้คุ้นเคยกับพรรคเพื่อไทย จัดโชว์การช่วยเหลือตัวประกันอย่างcomprehensive ทั้งทางบก น้ำ อากาศ พร้อมกำลังรบพิเศษจากหลายหน่วยงาน ระเบิดเพลิงปิดฉากด้วยดราม่าเต็มรูปแบบ ราวกับเป็น 'ฟีนาเล' ของหนังฮอลลีวูด
จากนั้น บิ๊กอ้วน เดินทางต่อไปยังหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) ที่พล.อ.นพดล ปิ่นทอง ผบ.นทพ. อดีต ทส.ของ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ให้การต้อนรับ ภารกิจช่วยน้ำท่วมที่เชียงรายทำให้เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ และร่วมหารือกับพล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เรื่องการปรับโครงสร้างกำลังพลให้สอดคล้องกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ 'ตั้งรับ' แต่ต้อง 'ป้องกัน' อย่างเป็นรูปธรรม แม้ศปช. จะปิดงาน 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ไม่ใช่กลับมาพัก แต่คือการวางแผนล่วงหน้าเพื่อปีหน้า ซึ่งพล.อ.ทรงวิทย์ ก็ได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ในช่วงสุดสัปดาห์
สุดท้าย พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ หรือ 'บิ๊กปู' ผบ.ทบ. ออกมาพูดอย่างเปิดใจถึงความสัมพันธ์กับสื่อ ย้ำว่าไม่ได้ 'ไม่ชอบสื่อ' เพียงแต่ไม่ชอบลงสื่อ พร้อมขอให้สื่อระมัดระวังเรื่องที่กระทบความมั่นคง ทั้งยังพูดชัดว่า 'สื่อคือกลไกสำคัญ ใครครองสื่อได้ คือผู้ชนะ' แต่ก็ไม่เสียใจที่พูดช้า เพราะเน้นการประนีประนอมมากกว่าการเผชิญหน้า สิ่งหนึ่งที่เขาทิ้งท้ายไว้ คือการยอมรับว่าการเมืองมีผลต่อความมั่นคง ส่วนจะ 'แก้ด้วยการเมือง' อย่างที่พล.อ.ณรงค์พันธ์ เคยพูด นั่นคือคำถามที่ทุกคนต้องช่วยกันหาคำตอบ
บางทีการย้ายที่นั่งหญิงๆ อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่มันสะท้อนความไม่เท่าเทียมที่ซ่อนอยู่ในระบบราชการ
ปฏิบัติการดิไอคอนทำได้ดี แต่หวังว่าจะไม่ใช่แค่ 'โชว์' เพื่อสร้างภาพลักษณ์
เราทำงานมาทั้งชีวิต แต่กลับถูกมองว่าไม่ควรมานั่งหน้า รู้สึกเหมือนinvisible ล่องหนในงานของตัวเอง
บิ๊กก้องใช้สื่อได้เก่ง นี่คือการทันสมัยของตำรวจรุ่นใหม่ที่เข้าใจกระแสสังคม
การซ้อมรบก็ต้องอลังการหน่อย เพื่อให้ทั้งในและนอกประเทศรู้ว่าเรายังเข้มแข็ง
เมื่อสื่อคืออำนาจ แล้วประชาชนจะแยกแยะความจริงจากpropaganda โฆษณาชวนเชื่อได้อย่างไร
คำว่า 'การเมืองแก้ด้วยการเมือง' ฟังดูง่าย แต่ในความเป็นจริง มันคือการยอมรับว่าปัญหาไม่มีทางออกนอกกรอบอำนาจ
ตำรวจปราบแชร์ลูกโซ่ได้ก็ดีแล้ว แต่ขอให้ปราบพวกโกงภาษีด้วยเถอะ อย่ามัวแต่จับคนจน