รัฐบาล เตือนระวัง “โรคไข้ดิน” หลังเสียชีวิตแล้ว 23 ราย ป่วยสะสม 732 ราย ย้ำกลุ่มเสี่ยงให้เลี่ยงสัมผัสดิน–น้ำ
รัฐบาลออกมาwarning ประชาชนถึงความรุนแรงของdisease หรือโรคเมลิออยด์โดสิส หลังพบผู้เสียชีวิตแล้ว 23 รายและผู้ป่วยสะสมทั่วประเทศกว่า 732 รายตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยกระทรวงสาธารณสุขเน้นย้ำว่าสถานการณ์ยังคงน่ากังวล และต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานซึ่งรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เชื้อที่ก่อให้เกิดโรคอาศัยอยู่ในsoil และwater โดยสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น ทางบาดแผล ทางเดินหายใจจากฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนbacteria อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด แต่หากไม่ได้รับการรักษาอาจลุกลามเป็นsevere infection จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
กลุ่มที่มีrisk สูงสุด ได้แก่ เกษตรกร ชาวนา และผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้งสัมผัสกับดินและน้ำเป็นประจำ รวมถึงผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคไต หรือimmune system รัฐบาลระบุว่าผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับสิ่งแวดล้อมที่อาจปนเปื้อนเชื้อ และควรใช้อุปกรณ์ป้องกันอย่างprotective gear และgloves ทุกครั้ง
สำหรับประชาชนทั่วไป หากมีอาการfever ต่อเนื่องเกิน 2 วัน หายใจเหนื่อย หรือมีinfection ควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะการรักษาที่quickly สามารถเพิ่มโอกาสหายได้สูง กรมควบคุมโรคย้ำว่าโรคดังกล่าวรักษาหายได้ แต่ต้องไม่ชะล่าใจ สายด่วน 1422 เปิดให้บริการสอบถามข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง
อยู่อุดรมา 3 วันนี้ฝนตกทุกวัน ดินเละไปหมด ต้องระวังเรื่องsoil ดินกับwater น้ำให้มาก ลูกหลานก็ต้องสอนให้ใส่รองเท้าทุกครั้ง
คนที่เป็นdiabetes เบาหวานต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะแผลหายช้า และเชื้อเข้ากระแสเลือดได้ง่าย อย่ารอช้าถ้าเริ่มมีfever ไข้
เคยได้ยินชื่อโรคแต่ไม่รู้ว่าอันตรายขนาดนี้ คิดว่าแค่ปวดเมื่อย ที่จริงคือsevere infection ติดเชื้อรุนแรงแล้วนะ
แล้วผักที่ปลูกเองในดิน ต้องล้างยังไงให้ปลอดเชื้อ? กลัวมากเลยเรื่องbacteria เชื้อแบคทีเรียพวกนี้
ทำงานในนาทุกวัน ไม่เคยใส่ถุงมือเลย ตั้งแต่อ่านข่าวนี้ ซื้อgloves ถุงมือมาใส่แล้ว ป้องกันดีกว่าแก้
คิดว่าโรคแบบนี้ไกลตัว tern จริงๆ แล้วอยู่รอบตัวเรา แค่สัมผัสดินในสวนสาธารณะก็มีrisk ความเสี่ยงได้