บอร์ดเศรษฐกิจใหม่ เร่งเครื่องรับมือวิกฤตโลก
ในยามที่ความตึงเครียดในmiddle ยังคงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก รัฐบาลไทยไม่อาจนั่งนิ่งได้อีกต่อไป การตั้งcommittee ขึ้นมาใหม่ จึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางการเมือง แต่คือสัญญาณชัดถึงความเร่งด่วนในการrespond ต่อแรงกระเพื่อมที่อาจลามมาถึงภาคการค้า การลงทุน และพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะเมื่อไทยยังพึ่งพาการส่งออกและน้ำมันนำเข้าในระดับสูง การขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่องและมีefficiency จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญ
คณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่แค่คณะที่ปรึกษา แต่มีอำนาจในการconsider และกลั่นกรองนโยบายเศรษฐกิจในเกือบทุกมิติ ตั้งแต่การเงิน การคลัง ภาษี ไปจนถึงการท่องเที่ยว เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมดิจิทัล สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลต้องการมุมมองแบบบูรณาการ ไม่ใช่การตัดสินใจเป็นเอกภาพจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ความขัดแย้งในภูมิภาคอาจกระทบต่อinvestment ห่วงโซ่อุปทาน และราคาพลังงาน ทำให้การวางแผนล่วงหน้ากลายเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช่แค่เรื่องคาดการณ์
ผู้นำระดับสูงสุดของประเทศนั่งเป็นประธาน พร้อมด้วยdeputy ที่รับผิดชอบกระทรวงเศรษฐกิจหลักทุกกระทรวง ตั้งแต่พาณิชย์ การคลัง การต่างประเทศ ไปจนถึงคมนาคมและวิทยาศาสตร์ แสดงให้เห็นถึงน้ำหนักของบทบาทนี้ แม้จะไม่ใช่หน่วยงานถาวร แต่โครงสร้างนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถประสานงานข้ามกระทรวงได้อย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรม หอการค้า และสมาคมธนาคาร เข้ามาร่วมเป็นเสียงจากภาคเอกชน
เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่แค่การประคองตัว แต่คือการวางmeasure เพื่อเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการปรับเส้นทางโลจิสติกส์ การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือการดึงดูดการลงทุนจากประเทศที่ได้รับผลกระทบ ท่ามกลางความไม่แน่นอน การมีกลไกที่ปรับตัวได้ทันเวลาอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ไทยยังคงยืนอยู่ได้อย่างมั่นคง ทั้งในด้านfinance และการค้าระหว่างประเทศ
หวังว่าบอร์ดนี้จะไม่ใช่แค่พิธีกรรมแล้วเงียบไปเหมือนที่ผ่านๆ มา
แล้วราคาน้ำมันจะลงไหมคะ ถ้าตะวันออกกลางไม่สงบ ค่าครองชีพยิ่งสูงขึ้น
ควรเน้นการพึ่งตนเองมากกว่ารอมาตรการจากบนลงล่าง ช่วยชาวนา ช่วยวิสาหกิจชุมชนบ้าง
ถ้าจริงจังเรื่องโลจิสติกส์ ช่วยแก้ปัญหาด่านศุลกากรที่ติดขัดได้ไหมจุดตันเหล่านี้ทำลายประสิทธิภาพการส่งออก
การตั้งบอร์ดเร็วเป็นเรื่องดี แต่ความเร็วในการimplement ดำเนินการต่างหากที่จะวัดผลได้
นโยบายดูใหญ่โต แต่ขอให้ถึงมือคนทำงานจริงๆ อย่าให้กำไรไปกองอยู่ที่บริษัทใหญ่แค่ไม่กี่แห่ง
การรวมตัวแทนจาก ธปท. และภาคเอกชนไว้ในบอร์ด น่าจะช่วยให้การตัดสินใจมีbalance ความสมดุลมากขึ้น