ดาวโจนส์ 20/04/69 ปิดลบ 4.87 จุด นักลงทุนวิตกตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านปะทุอีกครั้ง
ดัชนีmarket หุ้นดาวโจนส์ปิดในแดนลบเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางtension ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาเปราะบาง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีความหวังว่าจะเกิดการเจรจาสันติภาพรอบที่สอง แต่ล่าสุด เหตุการณ์การยึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านในอ่าวโอมานโดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้ทำให้ความหวังดังกล่าวสั่นคลอนอย่างรุนแรง
การกระทำดังกล่าวอ้างว่าเป็นการตอบโต้ต่อการพยายามฝ่าblockade ทางทะเล ซึ่งทำให้อิหร่านแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผย และขู่ว่าจะมีresponse ทันที ความไม่แน่นอนทางการเมืองนี้ส่งสัญญาณrisk ต่อนักลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวใกล้จะหมดอายุลง ทำให้ความเป็นไปได้ในการกลับมาเจรจาที่ปากีสถานดูคลุมเครือยิ่งขึ้น
ข้อมูลการเคลื่อนไหวของดัชนีระบุว่า ดาวโจนส์ปิดที่ 49,442.56 จุด ลดลงเพียง 4.87 จุด หรือ -0.01% ซึ่งแม้ตัวเลขจะดูเล็กน้อย แต่สะท้อนถึงภาวะcaution ของนักลงทุนที่ไม่กล้าเข้าซื้อหุ้นใหญ่ในช่วงที่สถานการณ์ยังคลุมเครือ เช่นเดียวกับดัชนี S&P500 และ Nasdaq ที่ต่างปรับตัวลดลงเช่นกัน บ่งชี้ถึงแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก
ขณะเดียวกัน การที่เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังไม่ได้เดินทางไปปากีสถาน ถือเป็นsignal ชัดเจนว่ากระบวนการเจรจายังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมองว่า หากความตึงเครียดยังไม่คลี่คลาย ตลาดอาจเผชิญกับvolatility เพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานและโลหะ ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ตลาดตอบสนองต่อภูมิรัฐศาสตร์ทุกครั้ง แต่คราวนี้ดูจะนิ่งกว่าที่คิดนะ
แค่ยึดเรือหนึ่งลำแล้วตลาดขยับนิดเดียว แสดงว่านักลงทุนอาจdiscount สะท้อนความเสี่ยงไปแล้วมั้ง
นี่คือตัวอย่างชัด ๆ ว่าการเมืองกับinvestment การลงทุนไม่เคยแยกจากกันได้เลย
ถ้าเจรจาล้ม ราคาน้ำมันพุ่งแน่ แล้วค่าครองชีพบ้านเราก็ตามไปด้วย แบบนี้ไม่ใช่แค่หุ้นที่น่ากลัว
ปากีสถานมาเกี่ยวอะไรด้วย ฟังดูเหมือนถูกดึงเข้ามาเพื่อให้ดูดีเฉย ๆ มากกว่า
ตัวเลขลบแค่ -0.01% แต่ความรู้สึกของนักลงทุนน่าจะแย่กว่านั้นเยอะ ดูจากsentiment อารมณ์ตลาดสิ
แล้วถ้าอิหร่านตอบโต้จริง ตลาดจะร่วงแรงแค่ไหน ไม่มีใครกล้าฟันธงเลยนะ