อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว ดันดาวโจนส์พุ่งเกิน 1,000 จุด
อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ผ่านได้อย่างเต็มรูปแบบในช่วงหยุดยิงชั่วคราวในตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สะเทือนต่อmarket การเงินโลกทันที ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 1,005 จุด หรือ 2.1% ในวันศุกร์ ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ก็ทำสถิติใหม่ สะท้อนถึงpublic trust ที่เริ่มกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจ หลังความตึงเครียดทางการค้าและพลังงานเริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน ซึ่งมีผลตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุว่า เรือทุกลำจะต้องปฏิบัติตามเส้นทางที่กำหนดไว้ แม้จะมีการเปิดช่องแคบ แต่pressure ทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงมีอยู่ เนื่องจากฝ่ายสหรัฐฯ ยังคงรักษามาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านไว้ และมองว่าข้อตกลงยังไม่สมบูรณ์
อย่างไรก็ตาม ประธานสภาอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลง เนื่องจากไม่สามารถควบคุมการปฏิบัติการของอิสราเอลในเลบานอนได้ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของอิหร่าน แม้การเจรจาระหว่างรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับผู้นำอิหร่านที่ปากีสถานจะยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่ก็มีสัญญาณว่าอาจมีการพูดคุยรอบใหม่ในสุดสัปดาห์นี้ การเปิดช่องแคบจึงถือเป็นplan ระยะสั้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ มากกว่าการยุติความขัดแย้งอย่างถาวร
ผลโดยตรงที่สุดคือราคาน้ำมันดิ่งลงกว่า 11% ภายในวันเดียว โดยน้ำมันดิบ WTI ลดลงเหลือ 84.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ 88.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้หุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการขนส่ง เช่น สายการบินและบริษัทเรือสำราญ ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ Boeing ที่เพิ่มขึ้น 4% และ Royal Caribbean ที่พุ่งถึง 9% นักวิเคราะห์ระบุว่าแม้จะเป็นสัญญาณบวก แต่risk ยังคงสูง หากข้อตกลงหยุดยิงล่มสลายในระยะสั้น
ตลาดตอบสนองquickly อย่างรวดเร็วจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าความมั่นคงจะอยู่ได้นานแค่ไหน
การขอบคุณจากทรัมป์ดูเหมือนเป็นการการเมืองมากกว่าความจริงใจ เพราะยังคงปิดล้อมท่าเรืออยู่เลย
แม้จะเปิดช่องแคบ แต่เรือก็ต้องวิ่งตามเส้นทางที่อิหร่านกำหนด ความเสี่ยงยังมีอยู่report รายงานล่าสุดบอกว่ามีเรือผ่านแค่ไม่กี่ลำต่อวัน
ราคาน้ำมันลง 11% แบบนี้ คงต้องรอลุ้นว่าจะส่งผลต่อprice ราคาน้ำมันในประเทศเราเมื่อไหร่
เฮซบอลเลาะห์ยังสู้อยู่ แล้วจะเรียกว่าหยุดยิงได้ยังไง ดูเหมือนแค่พักไว้เพื่อต่อรองมากกว่า
หุ้นเล็กๆ อย่าง Russell 2000 ก็ขึ้น 2% แสดงว่าconfidence ความเชื่อมั่นกระจายไปทั่ว ไม่ใช่แค่หุ้นเทคโนโลยี