กษัตริย์สีหมุนี ทรงเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลกรุงปักกิ่ง
กระทรวงพระราชวังกัมพูชาออกstatement เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี ทรงเข้ารับการsurgery ที่โรงพยาบาลในกรุงปักกิ่ง ตามคำแนะนำของคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หลังจากมีการวินิจฉัยพระอาการอย่างละเอียด โดยการตัดสินพระทัยครั้งนี้สะท้อนถึงความไว้วางใจในระบบmedical care ของจีน และส่งสัญญาณถึงความใกล้ชิดทางการทูตที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังได้แจ้งว่า พระองค์ทรงพระประชวรด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากซึ่งต้องการการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีความเป็นไปได้ที่จะประทับรักษาพระองค์ในจีนเป็นระยะเวลา 1 ถึง 2 เดือน แม้ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดด้านการเงิน แต่การรักษาในต่างประเทศของบุคคลระดับประมุขแห่งรัฐมักเกี่ยวข้องกับต้นทุนสูงและข้อพิจารณาด้านความมั่นคง
การเลือกกรุงปักกิ่งเป็นสถานที่รักษาไม่ใช่เพียงเรื่องสุขภาพ แต่ยังสะท้อนถึงpolitical relationship ที่แน่นแฟ้นระหว่างกัมพูชากับจีน ซึ่งจีนเป็นผู้สนับสนุนหลักด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของกัมพูชา การปรากฏตัวของกษัตริย์ในจีนอาจถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของการพึ่งพาทางยุทธศาสตร์ ทั้งในด้านการทูตและpublic trust
ขณะนี้ พระองค์และสมเด็จพระราชินี พระบรมราชชนนีแห่งชาติ จะประทับในจีนต่อไปจนกว่าhealth condition จะดีขึ้นอย่างเต็มที่ ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด สังคมกัมพูชากำลังติดตามสถานการณ์อย่างเงียบเชียบ แต่ความกังวลเรื่องความต่อเนื่องของสถาบันกษัตริย์ยังคงลอยอยู่ในอากาศ โดยเฉพาะเมื่อพระองค์มีพระชนมายุมากแล้ว และไม่มีการเตรียมความพร้อมของผู้สืบทอดที่ชัดเจนในสายตาสาธารณะ
การผ่าตัดครั้งนี้น่าจะมีrecovery time ระยะเวลาพักฟื้นนานพอสมควร หวังว่าพระองค์จะทรงพระเกษมสำราญ
จีนดูแลผู้นำต่างชาติแบบพิเศษทุกครั้ง นี่ไม่ใช่แค่การรักษา แต่เป็นdiplomatic gesture ท่าทีเชิงการทูตชัดๆ
ทำไมไม่รักษาในกัมพูชาล่ะ โรงพยาบาลที่นั่นไม่ดีพอหรือไง หรือว่ามันเกี่ยวกับpolitical pressure แรงกดดันทางการเมือง
เราควรให้ความสำคัญกับpublic health สาธารณสุขของประชาชนทั่วไปมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่ผู้นำ
หวังว่าพระองค์จะทรงหายเร็วๆ พระองค์เป็นsymbol สัญลักษณ์ของความสงบในชาติ
การที่กษัตริย์ต้องไปรักษาที่จีน แสดงว่าระบบการแพทย์ในประเทศยังไม่น่าไว้ใจ นี่คือwarning sign สัญญาณเตือนที่รัฐบาลควรฟัง
จีนมีบทบาทมากขึ้นทุกที ไม่ว่าจะเรื่องinfrastructure โครงสร้างพื้นฐานหรือแม้แต่การดูแลสุขภาพผู้นำ
แล้วถ้าพระองค์ไม่สามารถบริหารราชการได้ต่อ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ มันไม่มีsuccession plan แผนสืบทอดอำนาจที่ชัดเจนเลย