ธนาคาร UBS คาด FED ลดดอกเบี้ย 50 bps ขณะที่ Miran ชี้สงครามไม่กระทบเงินเฟ้อ
ธนาคารยักษ์ใหญ่market การเงินอย่าง UBS ออกมาประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดจะเริ่มplan ลดอัตราดอกเบี้ยลง 50 Basis Points ภายในปลายปีนี้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงเหลือเพียง 3.00 ถึง 3.25 เปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปี 2026 การคาดการณ์นี้สะท้อนconfidence ว่าเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุม แม้ราคาพลังงานจะผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ด้าน Stephen Miran ผู้ว่าการเฟดที่ได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงpressure จากกำแพงภาษี ไม่น่าจะส่งผลระยะยาวต่อเงินเฟ้อ เขาสนับสนุนให้ลดดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ เพื่อsupport ตลาดแรงงานที่ยังต้องการpolicy การเงินแบบผ่อนคลาย แม้ท่าทีนี้จะดูขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่เฟดคนอื่นๆ ที่ยังไม่พร้อมลดอัตราดอกเบี้ย
ความแตกต่างในมุมมองภายในเฟดทำให้นักลงทุนจับตาการพิจารณาตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ โดยเฉพาะการไต่สวน Kevin Warsh ผู้ท้าชิงที่ทรัมป์สนับสนุนในวันที่ 21 เมษายนนี้ นักวิเคราะห์มองว่า Warsh หากได้รับตำแหน่ง อาจผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยลดลงถึง 3 เปอร์เซ็นต์ตามdemand ของผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นแรงผลักสำคัญต่อสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ
สำหรับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี แนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินคือrisk ที่กลายเป็นโอกาส นักวิเคราะห์จาก 10x Research ชี้ว่าแบบจำลองทางสถิติส่งสัญญาณbuy อย่างชัดเจนถึง 3 รายการ คล้ายช่วงก่อนราคา Bitcoin พุ่งทำสถิติ นอกจากนี้ ร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่รัฐบาลเร่งผลักดัน ก็เพิ่มtrust ให้กับนักลงทุนสถาบัน ทำให้เม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ถ้าเฟดลดดอกเบี้ยจริง ต้นทุนการกู้ยืมจะต่ำลงแน่ แต่price ราคาสินค้าอาจแรงตามไปด้วย ต้องจับตาเงินเฟ้อให้ดี
ตลาดคริปโตตอบสนองquickly อย่างรวดเร็วต่อข่าวนี้ ราคา Bitcoin ดูมีmomentum โมเมนตัมแล้ว
Miran พูดดีแต่เฟดส่วนใหญ่ยังนิ่ง ความconflict ขัดแย้งภายในน่าจะทำให้ตัดสินใจช้าลง
Warsh ถ้าขึ้นมาจริง อาจเปลี่ยนdirection ทิศทางนโยบายทั้งหมด นักลงทุนต้องเตรียมพร้อม
พูดกันเยอะแต่ยังไม่มีdecision การตัดสินใจจริง รอการประชุม FOMC ก่อนดีกว่า
กฎหมาย CLARITY Act นี่สำคัญมาก ช่วยเพิ่มclarity ความชัดเจนให้ตลาด ไม่ใช่แค่หวังผลจากดอกเบี้ย