มาเลเซียจะส่งเชื้อเพลิงส่วนเกินให้แก่ออสเตรเลีย
มาเลเซียจะส่งexcess ให้ออสเตรเลีย ตามคำประกาศของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ในวันพฤหัสบดี ซึ่งระบุว่า บริษัทพลังงานของรัฐอย่างปิโตรนาสจะเร่งดำเนินการภายใต้ความตกลงทวิภาคี ท่ามกลางความพยายามของทั้งสองประเทศในการเสริมสร้างenergy security หลังความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก
อันวาร์ย้ำว่า ความต้องการภายในประเทศยังคงเป็นpriority สูงสุด แต่การเจรจาในลักษณะมิตรประเทศก็มีความหมายเชิงกลยุทธ์ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนทรัพยากร เช่น การขอรับแร่ฟอสเฟตจากออสเตรเลียเพื่อตอบแทนการจัดส่งfertilizer ไปยังแคนเบอร์รา ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางใหม่ในการสร้างความร่วมมือที่พึ่งพาซึ่งกันและกัน
ด้านออสเตรเลียก็ไม่นิ่งนอนใจ โดยนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีส ระบุว่า รัฐบาลได้จัดหาดีเซลเพิ่มอีก 100 ล้านลิตรจากบรูไนและเกาหลีใต้ และนี่คือเพียงก้าวแรกภายใต้new strategy ด้านสำรองพลังงานที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐวิสาหกิจด้านเครดิตเพื่อการส่งออก แสดงให้เห็นถึงpressure ที่เพิ่มขึ้นในการรับมือกับความไม่แน่นอนของตลาดพลังงานโลก
ความร่วมมือยังขยายไปถึงด้านอาหาร ทั้งสองประเทศได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการค้าเนื้อhalal ซึ่งออสเตรเลียคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มexports เนื้อแดง ในขณะที่มาเลเซียซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านมาตรฐานการรับรองฮาลาล ก็จะได้รับความมั่นคงทางอาหารเพิ่มเติม ท่ามกลางความพยายามร่วมกันในการเสริมสร้างpublic trust ต่อระบบอุปทานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
แม้จะส่งของเหลือไปให้ แต่เราก็ต้องมั่นใจว่าdomestic supply การจัดหาภายในประเทศไม่ได้รับผลกระทบนะ
การแลกยูเรียกับแร่ฟอสเฟตฟังดูเป็นsmart move การเดินหมากที่ชาญฉลาดทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ประเทศทุกแห่งต้องเร่งหาbackup plan แผนสำรองด่วน
หวังว่าความร่วมมือนี้จะไม่ส่งผลให้fuel price ราคาเชื้อเพลิงในประเทศเราเพิ่มขึ้น
ข้อตกลงเนื้อฮาลาลสำคัญมาก เพราะมาเลเซียไม่ใช่แค่บริโภค แต่ยังเป็นglobal hub ศูนย์กลางระดับโลกด้วย
แล้วออสเตรเลียจะรับประกันcontract fulfillment การปฏิบัติตามสัญญาได้อย่างไรถ้าเกิดวิกฤตเอง?