คืบหน้าสงครามตะวันออกกลาง : เขตสังหารฮิซบุลเลาะห์-สหรัฐสกัดกั้นเรือ-ลุ้นเจรจาครั้งใหม่
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรง ขณะที่อิสราเอลประกาศให้พื้นที่ใต้แม่น้ำลิตานีในเลบานอนเป็นkill zone ต่อกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ ท่ามกลางการเคลื่อนไหวทางทหารที่เข้มข้นและการเจรจาสันติภาพที่ยังไม่แน่นอน เสนาธิการทหารของอิสราเอลระบุว่า การโจมตีในพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์เพื่อลดthreat ที่เกิดจากกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้สกัดกั้นเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านจำนวน 10 ลำในช่วง 48 ชั่วโมงแรกของการปิดล้อมทางทะเล ตามคำสั่งของกองบัญชาการทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง (CENTCOM) อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการติดตามเรือชี้ว่าเรืออย่างน้อย 3 ลำสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซไปได้ ทำให้เกิดconcern เกี่ยวกับประสิทธิภาพของการปิดล้อม และเพิ่มpressure ต่อความพยายามด้านความมั่นคงในภูมิภาค
ด้านการทูต ปากีสถานกำลังทำหน้าที่เป็นตัวกลาง โดยนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ เริ่มภารกิจการทูตแบบเร่งด่วนไปยังซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และตุรเคีย ในขณะที่คณะผู้แทนระดับสูงนำโดยจอมพลอาซิม มูนีร์ เดินทางถึงเตหะรานเพื่อหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน จีนก็เข้ามามีบทบาทโดยรัฐมนตรีหวัง อี้ ย้ำว่าปักกิ่งพร้อมสนับสนุนการเจรจาสันติภาพ และเรียกร้องให้มีการรักษาceasefire ไว้ ขณะที่สหประชาชาติเตือนถึงวิกฤติมนุษยธรรมในเลบานอนที่รุนแรงขึ้น
ความขัดแย้งยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก เมื่อรัฐมนตรีคลังจาก 11 ประเทศ รวมถึงอังกฤษและญี่ปุ่น เรียกร้องให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลกให้การสนับสนุนทางการเงินฉุกเฉินแก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ขณะที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์ ยืนยันว่าสหราชอาณาจักรจะไม่เข้าร่วมสงคราม แม้จะมีpressure จากสหรัฐฯ ระบุว่า "เราจะไม่ถูกลากเข้าไปในสงครามนี้ มันไม่ใช่สงครามของเรา"
การปิดล้อมเรือแบบนี้มันส่งผลต่อglobal market ตลาดโลกแน่นอน ราคาน้ำมันคงจะผันผวนอีกแล้ว
ปากีสถานเล่นบทตัวกลางบ่อยขึ้นเรื่อยๆ นี่ไม่ใช่แค่การทูต แต่เป็นการสร้างinfluence อิทธิพลในภูมิภาค
หนึ่งในห้าของประชากรพลัดถิ่นแล้ว แต่โลกก็ยังพูดเรื่องการเจรจาอยู่เลย ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมควรเร่งก่อนdiplomacy การทูตนะ
อิหร่านยืนยันสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แต่ก็พร้อมเจรจา แสดงว่าnegotiation การเจรจายังมีทาง เปิดโอกาสไว้ก็ยังดี
สหรัฐฯ ปิดล้อมเรือ แต่เรือก็ยังหลุดไปได้ แล้วblockade การปิดล้อมนี่มีผลจริงหรือแค่แสดงท่าที?
ถ้าทุกฝ่ายยังมองแต่ผลประโยชน์ตัวเอง สงครามจะไม่มีวันจบ ต้องเริ่มจากtrust ความเชื่อมั่นก่อน ไม่ใช่อาวุธ