รู้จักโรคไข้ดิน!! สธ. ยกระดับเฝ้าระวังหลังพบผู้ป่วย 752 ราย เสียชีวิตแล้ว 23 ราย
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศalert การเฝ้าระวังโรคเมลิออยโดสิส หรือที่รู้จักกันในชื่อโรคไข้ดิน หลังพบผู้ป่วยสะสมแล้ว 752 รายและเสียชีวิต 23 ราย ตั้งแต่ต้นปี 69 โดยเน้นย้ำว่าแม้ยังไม่เข้าสู่ฤดูฝนที่เป็นช่วงpeak season แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตและการรักษาในโรงพยาบาลที่สูง แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของโรคในกลุ่มเสี่ยง
ผู้ที่มีunderlying conditions โดยเฉพาะผู้ป่วยdiabetes ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด ข้อมูลระบุว่าเกือบ 90% ของผู้เสียชีวิตมีประวัติเป็นเบาหวาน ขณะที่กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนผู้ป่วยสูงที่สุดถึง 329 ราย ตามด้วยกลุ่มวัยแรงงาน 50-59 ปี ซึ่งมีพฤติกรรมเสี่ยงจากการทำงานกลางดินกลางน้ำ การสัมผัสดินหรือน้ำที่ปนเปื้อนแบคทีเรียbacteria Burkholderia pseudomallei จึงเป็นช่องทางหลักในการติดเชื้อ
อาการของโรคไข้ดินไม่เฉพาะเจาะจง มักเริ่มจากhigh fever ไอเรื้อรัง หายใจหอบเหนื่อย หรือปวดข้อ คล้ายกับโรคติดเชื้ออื่นๆ ทำให้การวินิจฉัยในระยะแรกเป็นไปได้ยาก จำเป็นต้องใช้การlaboratory test โดยการเพาะเชื้อเพื่อยืนยันผล ซึ่งหากช้าเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ
หน่วยงานแนะนำให้กลุ่มเสี่ยงavoid การเดินลุยน้ำหรือย่ำโคลนโดยไม่สวมรองเท้าบูท รับประทานแต่อาหารสุก ดื่มน้ำสะอาด และอาบน้ำทันทีหลังสัมผัสดินหรือน้ำ หากมีไข้ต่อเนื่องเกิน 2 วันพร้อมประวัติสัมผัสดิน ควรรีบพบแพทย์โดยเร็วที่สุด พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสเพื่อให้รับการรักษาได้อย่างทันท่วงที
ทำงานในสวนยางทุกวัน ฝนเริ่มตกแล้ว ต้องระวังเรื่องmud โคลนมากขึ้นจริงๆ
พ่อเป็นเบาหวาน รู้สึกworried กังวลทุกครั้งที่เขาออกไปทำนา
เคยเห็นเคสที่วินิจฉัยผิดเป็นปอดอักเสบ แต่จริงๆ คือinfection ติดเชื้อไข้ดิน ต้องใช้เวลานานกว่าจะรู้
แล้วบ้านที่น้ำท่วมบ่อยล่ะ แบบนี้ต้องevacuate อพยพทุกปีไหม?
ข้อมูลดีมาก ควรเผยแพร่ผ่านpublic awareness การสร้างความตระหนักให้กว้างขวาง
เคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่รู้ว่าอันตรายถึงขั้นdeath เสียชีวิตได้
ขอถามตรงๆ เลย ถ้าใส่รองเท้าแตะลุยน้ำ ถือว่าrisky มีความเสี่ยงไหม?