อ่าวอาหรับเตือน! เจรจาอิหร่าน เสี่ยงยอมรับอำนาจเตหะรานเหนือ ‘ฮอร์มุซ’
ประเทศในอ่าวเปอร์เซียออกมาเตือนอย่างชัดเจนว่าnegotiations ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน อาจไม่ช่วยให้ภูมิภาคมีความมั่นคงมากขึ้น หากประเด็นสำคัญกลับกลายเป็นการยอมรับให้อิหร่านมีอำนาจเหนือchokepoint ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก ในขณะที่ภัยคุกคามจริงอย่างกองกำลังตัวแทนและmissile ยังคงอยู่อย่างเดิม
คำเตือนดังกล่าวได้รับการย้ำโดยดมีตรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ที่ระบุว่า อิหร่านได้ใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นleverage แทนการพัฒนานิวเคลียร์โดยตรง ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่า กระบวนการเจรจาอาจกลายเป็นเพียงการmanage ความตึงเครียด ไม่ใช่การแก้ไขต้นตอปัญหา ขณะที่ประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงกลับถูกกันออกไปจากdecision-making
แหล่งข่าวในอ่าวเปิดเผยว่า การทูตปัจจุบันเน้นที่ระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม มากกว่าการจัดการภัยคุกคามทางทหาร ทำให้การยอมรับอิทธิพลของอิหร่านในฮอร์มุซกลายเป็นเรื่องโดยพฤตินัยโดยอิหร่านเตรียมการปิดช่องแคบมาอย่างเป็นระบบ และมองว่าเป็นstrategic asset ที่ทรงพลังที่สุดชิ้นหนึ่ง
นักวิเคราะห์ชี้ว่า แก่นของความขัดแย้งนี้ไม่ใช่แค่การควบคุม แต่คือการset rules ในการเดินเรือ ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงจากกฎเกณฑ์สากลไปสู่ระเบียบที่อิงอำนาจเอ็บเตซาม อัล-เค็ตบี ประธานศูนย์นโยบายเอมิเรตส์ ระบุว่า สหรัฐและอิหร่านอาจได้ประโยชน์จากการเจรจา แต่ประเทศอ่าวต้องlive with ความไม่ปลอดภัยต่อไป หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงแนวทาง
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมัน แต่เป็นเรื่องของsecurity ความมั่นคงจริงๆ ประเทศเล็กถูกมองข้ามอีกแล้ว
สหรัฐคิดว่าต่อรองกับอิหร่านจบก็จบ แต่ความเสี่ยงตกอยู่กับเราที่นี่
ฮอร์มุซไม่ใช่แค่ช่องแคบ แต่เป็นlifeline เส้นทางชีวิตของเศรษฐกิจโลก
คำพูดของเมดเวเดฟฟังดูเหมือนชื่นชมมากกว่าเตือน รัสเซียคงได้ประโยชน์จากความตึงเครียด
ถ้าปล่อยให้อิหร่านตั้งกติกาได้ วันหน้าจะมีประเทศอื่นเลียนแบบแน่
นี่คือตัวอย่างของอำนาจเหนือกว่าแบบไม่ต้องยิงปืนเลย
ทางออกคือต้องมีการพูดคุยแบบหลายฝ่าย ไม่ใช่สองประเทศตกลงกันเอง
แล้วประเทศที่นำเข้าน้ำมันล่ะ อยู่เฉยๆ หรือ? นี่มันglobal impact ผลกระทบระดับโลกนะ