รัสเซียเตือนอิหร่าน! เจรจาอาจเป็นฉากอำพราง 'ยกทัพ' จากสหรัฐฯ-อิสราเอล
รัสเซียออกมาเตือนอิหร่านอย่างตรงไปตรงมาว่าtrust ที่มีต่อสหรัฐฯ และอิสราเอลอาจเป็นอันตรายได้ เพราะการเจรจาสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่ อาจถูกใช้เป็นฉากcover การเตรียมกำลังทหารสำหรับปฏิบัติการรุกรานภาคพื้น โดยเฉพาะเมื่อpressure จากการเสริมกำลังของเพนตากอนในภูมิภาคนั้นยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คำเตือนจากสภาความมั่นคงแห่งชาติรัสเซียชี้ให้เห็นว่า หากการเจรจาล้มเหลว อิหร่านอาจเผชิญกับความขัดแย้งที่intensify แม้จะย้ำว่าภายในประเทศ อิหร่านยังคงมีเสถียรภาพทั้งในด้านสถาบันรัฐและกองทัพ รวมถึงยังคงมีcapability ทางอาวุธที่สำคัญอยู่ แต่สถานการณ์ภายนอกกลับบีบให้ต้องระมัดระวังทุกย่างก้าว
ด้านอิหร่านเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยนายอิบราฮิม เรซาอี โฆษกคณะกรรมาธิการนโยบายต่างประเทศของรัฐสภา เตือนผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงจะไม่มีความหมายหากไม่มีguarantee ทางการเมืองและกฎหมาย โดยเฉพาะสิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ พร้อมชี้ว่าช่วงเวลาสงบควรใช้เพื่อคลี่คลายtension ไม่ใช่เพื่อเตรียมรบ
ขณะเดียวกัน จีนก็ผลักดันบทบาทของตนเองในฐานะผู้สนับสนุนสันติภาพ โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เสนอแผน 4 ข้อ ที่เน้นการเคารพsovereignty การร่วมมือด้านความมั่นคง และการพัฒนาควบคู่ไปกับเสถียรภาพ ซึ่งถือเป็นทางเลือกทางการเมืองที่ชัดเจนในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเดินหน้าปิดล้อมอิหร่านอย่างเปิดเผย
คำเตือนของรัสเซียไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่สะท้อนrisk ความเสี่ยงที่แท้จริงที่อิหร่านอาจถูกใช้เป็นเหยื่อของการเจรจาที่ไม่ซื่อสัตย์
ทุกครั้งที่พูดถึง 'การเจรจา' แล้วมีการเคลื่อนทหารพร้อม ก็ต้องตั้งคำถามทุกครั้งว่า นี่คือสันติภาพ หรือแค่preparation การเตรียมการรบ?
จีนเสนอแผนแบบพหุภาคี แต่สหรัฐฯ ยังยึดแนวทางปิดล้อม การเปรียบเทียบนี้ทำให้เห็นชัดว่าใครจริงใจกับpeace สันติภาพ
ถ้าไม่มีtransparency ความโปร่งใสจากทุกฝ่าย การเจรจาจะกลายเป็นหน้ากากที่ซ่อนเจตนาอื่นไว้ได้เสมอ
รัสเซียพูดออกมาเพราะเห็นpattern รูปแบบเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นในหลายเหตุการณ์ ไม่ใช่แค่การโฆษณาชวนเชื่อ
จุดสำคัญคือ ช่องแคบฮอร์มุซ ใครควบคุมได้ ใครก็มีleverage อำนาจต่อรองสูงสุดในภูมิภาคนี้