กัญจนาชี้แจงวราวุธไม่ได้ทอดทิ้งพรรคที่พ่อสร้าง ย้ำย้ายเข้าภูมิใจไทยเพื่อรับใช้ประชาชนได้มากกว่า
การประชุมใหญ่ของพรรคชาติไทยพัฒนาในวันนี้ (18 เมษายน) ที่สุพรรณบุรี นำโดยleader กัญจนา ศิลปอาชา ไม่ใช่เพียงพิธีทางการ แต่เป็นเวทีชี้แจงpolitical direction ที่สะท้อนความจริงใจและความเข้าใจในพลวัตอำนาจ การเคลื่อนไหวของวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคและบุตรชายของบรรหาร ที่ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่การทิ้งมรดก แต่เป็นการเลือกstrategy ที่ให้โอกาสในการรับใช้ประชาชนได้เต็มที่มากกว่า
กัญจนาชี้แจงอย่างหนักแน่นว่า การอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์ แต่คือpower ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจจริง การย้ายไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล ทำให้วราวุธได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และมีnetwork ที่ประสานงานกับกระทรวงต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่นิกร จำนง สมาชิกเก่าของพรรคก็ได้รับโอกาสเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ “wearing pink อาจไม่มีศักยภาพเท่าใส่สีน้ำเงิน” — คำพูดนี้สะท้อนความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธในสนามการเมือง
เพื่อปลดล็อกความเข้าใจผิด กัญจนาได้ย้อนประวัติศาสตร์การเมืองของตระกูล โดยชี้ว่าบรรหาร ศิลปอาชา ไม่ใช่ผู้ก่อตั้งพรรคชาติไทย แต่เข้าร่วมในภายหลังเพื่อหาพื้นที่ทำงาน ดังนั้น การที่วราวุธย้ายพรรคในวันนี้ จึงไม่ต่างจากfather ที่เคยเลือกเส้นทางเดียวกัน เพื่อประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ความสัมพันธ์ระหว่างชาติไทยพัฒนาและภูมิใจไทย จึงถูกตีความว่าเป็นbrother party ที่ทำงานประสานกันอย่างไร้รอยต่อ โดยพรรคชาติไทยพัฒนาทำหน้าที่รับฟังปัญหาและส่งต่อให้ ส.ส. ภูมิใจไทยที่มีตำแหน่งจริงในการตัดสินใจ
แม้มีคำถามว่าจะมีmerger หรือยุบพรรคในอนาคตหรือไม่ กัญจนายืนยันว่าเป็นเรื่องของวันข้างหน้า ขณะนี้ทั้งสองพรรคยังคงมีโครงสร้างการทำงานแยกกันชัดเจน แต่เนื้อเดียวกันทางฐานเสียง ส่วนในบริบทของประเทศ เธอยังให้support รัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเปรียบเทียบวิกฤตfuel price กับโควิด-19 ว่า “เราเคยผ่านเรื่องหนัก ๆ มาแล้ว คราวนี้ก็ผ่านได้” พร้อมย้ำว่าสงครามที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจะต้องมีวันจบ และรัฐบาลที่เปิดกว้างรับฟังทุกฝ่าย ก็คือรัฐบาลที่น่าให้การสนับสนุน
เข้าใจทั้งสองฝ่ายนะ แต่การมีposition ตำแหน่งจริงๆ นี่ต่างกันมาก อยู่นอกสภาพูดได้แต่ทำอะไรไม่ได้
คำว่าwearing blue ใส่เสื้อสีน้ำเงินฟังดูดี แต่จริงๆ คือการยอมแลกอุดมการณ์กับอำนาจหรือเปล่า?
ไม่ว่าใครจะอยู่พรรคไหน ขอแค่help people ช่วยประชาชนได้จริงก็พอ ตอนนี้น้ำมันแพงจะขาดใจอยู่แล้ว
พรรคพี่พรรคน้องแบบนี้ นานไปอาจไม่ต่างจากการmerge รวมกัน แค่ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ
กัญจนาพูดดีทุกอย่าง แต่public trust ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคการเมืองยังต่ำอยู่นะ
ถ้ารัฐบาลแก้fuel price ราคาน้ำมันไม่ได้ แม้แต่กำลังใจจากกัญจนา ก็อาจไม่พอ