ทรัมป์ประกาศ อิสราเอล-เลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 10 วัน เริ่มทันที
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า อิสราเอลและเลบานอนได้บรรลุข้อตกลงceasefire เป็นเวลา 10 วัน โดยจะมีผลทันทีตั้งแต่เย็นวันพฤหัสบดีตามเวลาสหรัฐฯ หลังจากที่เขาได้พูดคุยกับผู้นำทั้งสองประเทศเมื่อวันที่ 17 เมษายน ข้อตกลงนี้ถูกประกาศผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ซึ่งถือเป็นช่องทางทางการที่ไม่ธรรมดา แต่สะท้อนถึงสไตล์การสื่อสารที่ตรงไปตรงมาของผู้นำคนปัจจุบัน
ในโพสต์ดังกล่าว ทรัมป์ระบุว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และโจเซฟ อูน ประธานาธิบดีเลบานอน เห็นชอบให้เริ่มofficial ceasefire ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยtension มายาวนาน
ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า จะเชิญผู้นำทั้งสองมาหารือที่ทำเนียบขาว ซึ่งอาจกลายเป็นการพูดคุยระดับสูงครั้งแรกระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนนับตั้งแต่ปี 2526 อย่างไรก็ตาม ความหวังนี้ถูกทำให้จืดจางลงเมื่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลเลบานอนรายหนึ่งยืนยันว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ปฏิเสธที่จะพูดคุยกับเนทันยาฮูโดยตรง แม้สหรัฐฯ จะพยายามผลักดันให้เกิดการติดต่อ
แม้จะมีการประกาศหยุดยิง แต่สถานการณ์ในเลบานอนยังคงเปราะบาง เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงดำเนินต่อไป แม้ก่อนหน้านี้จะมีการหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่าน แต่public trust ต่อข้อตกลงนี้ยังต่ำ และหลายฝ่ายจับตาดูว่าความสงบสุขชั่วคราวนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหนก่อนที่violence จะกลับมา
ข้อตกลงนี้ดูดีในกระดาษ แต่ความเป็นจริงในพื้นที่ยังเต็มไปด้วยrisk ความเสี่ยงสูงมาก
การที่ผู้นำเลบานอนปฏิเสธคุยกับเนทันยาฮูโดยตรง แสดงให้เห็นว่าtrust ความเชื่อมั่นระหว่างสองฝ่ายยังไม่มีเลย
ทรัมป์ใช้โซเชียลมีเดียประกาศนโยบายสำคัญอีกแล้ว นี่คือnew รูปแบบใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือเปล่า
10 วันนี่สั้นมาก ถ้าไม่มีplan แผนชัดเจนต่อจากนี้ ก็แค่พักก่อนจะยิงต่อ
เรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นชีวิตของคนหลายล้านคนที่อยู่ในdanger อันตราย
แล้วประชาชนในเลบานอนเขาจะปลอดภัยจริงไหม หรือแค่pressure แรงกดดันทางการทูตที่ทำให้ดูดีชั่วคราว