NASA สั่งปิดอุปกรณ์บนยาน Voyager 1 เพิ่มเติม เพื่อยืดอายุให้ทำงานได้นานที่สุด
NASA ได้สั่งปิดอุปกรณ์ตรวจวัดอนุภาคมีประจุพลังงานต่ำ หรือ LECP บนยานสำรวจspacecraft Voyager 1 เพิ่มเติม โดยหวังจะยืดอายุการทำงานให้นานที่สุด เนื่องจากพลังงานที่จ่ายโดยเครื่องผลิตไฟฟ้าจากความร้อนของไอโซโทปเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ยานลำนี้อยู่ห่างจากโลกมากกว่า 25,400 ล้านกิโลเมตร และยังคงเป็นยานที่เดินทางไกลที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยส่งออกไป ทำให้ทุกการตัดสินใจเกี่ยวกับพลังงานมีpressure สูงมาก
อุปกรณ์ LECP ทำงานมาตั้งแต่ปี 1977 หรือยาวนานกว่า 49 ปี ทำหน้าที่ตรวจวัดไอออน อิเล็กตรอน และรังสีคอสมิกจากทั้งในและนอกsolar system การตัดสินใจปิดจึงไม่ใช่เรื่องง่าย Kareem Badaruddin ผู้จัดการภารกิจจาก JPL ระบุว่า "ไม่มีใครอยากสั่งปิดอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ แต่นี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่เรามีอยู่" ปัจจุบันยังเหลืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ทำงานได้อีก 2 ตัว ได้แก่ เครื่องตรวจฟังคลื่นพลาสมา และเครื่องวัดสนามแม่เหล็ก ซึ่งยังส่งข้อมูลจากพื้นที่ที่ไม่เคยถูกสำรวจกลับมาอย่างต่อเนื่อง
พลังงานของยานมาจากระบบ Radioisotope Thermoelectric Generator หรือ RTG ที่ใช้การสลายตัวของพลูโตเนียม-238 ซึ่งมีครึ่งชีวิตประมาณ 87 ปี ความร้อนที่เกิดขึ้นถูกแปลงเป็นไฟฟ้าผ่านdevice Thermocouples และยังช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในยาน แต่เมื่อพลังงานลดลง ทีมงานจำเป็นต้องเลือกปิดอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมากที่สุด เพื่อรักษาfunction ของระบบที่สำคัญไว้ ทั้งนี้ มอเตอร์เล็ก ๆ ที่ขยับเซนเซอร์ภายในยังคงเปิดอยู่ เพราะใช้พลังงานน้อยและอาจจำเป็นหากต้องเปิดอุปกรณ์ LECP ในอนาคต
การปิดอุปกรณ์นี้คาดว่าจะช่วยยืดอายุ Voyager 1 ได้อีกอย่างน้อย 1 ปี NASA กำลังวางแผนประหยัดพลังงานแบบสุดขีดที่จะทดสอบกับ Voyager 2 ก่อนในเดือนมิถุนายน ก่อนนำไปใช้กับ Voyager 1 ในกรกฎาคม 2026 หากสำเร็จ อาจเปิด LECP กลับมาใหม่ได้หากประเมินว่ามีenergy เพียงพอ แม้ยานจะใกล้หมดระยะทำงาน แต่ข้อมูลที่ยังส่งกลับมาได้ก็ยังมีvalue สูงต่อการศึกษาอวกาศลึก
การตัดสินใจปิดอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ไปทีละตัวรู้สึกเหมือนดูชีวิตของยานกำลังค่อย ๆ หมดลง แต่ก็เข้าใจว่าต้องทำเพื่อให้มันsurvive อยู่รอดต่อไปได้อีกสักพัก
น่าทึ่งที่ยานที่ออกแบบตั้งแต่ยุค 70 ยังทำงานได้ แม้พลังงานจะลดลงทุกปี แต่ทีมวิศวกรก็ยังหาทางextend ยืดอายุได้เรื่อย ๆ
RTG ใช้พลูโตเนียม-238 จริง ๆ แล้วไม่สามารถผลิตได้มากเท่าที่ต้องการ ซึ่งเป็นlimitation ข้อจำกัดใหญ่ของภารกิจระยะยาวแบบนี้
ใช้เวลานาน 23 ชั่วโมงในการส่งสัญญาณไปกลับ นั่นหมายถึงทุกคำสั่งต้องคิดมาอย่างดีแล้ว เพราะแก้ไขไม่ทันถ้าผิดพลาด แรงกดดันต่อทีมงานคงhuge มหาศาล
แม้จะปิด LECP ไป แต่ยังมีเครื่องมืออื่นทำงานอยู่ แสดงว่าเรายังได้รับข้อมูลใหม่ ๆ จากdeep space อวกาศลึกอยู่นะ ไม่ใช่หมดบทบาท
หวังว่าแผนประหยัดพลังงานแบบใหม่จะได้ผล และอาจได้เห็น LECP กลับมาทำงานอีกครั้งในปี 2026 ถือเป็นการupdate อัปเดตที่รอคอย