สธ.เร่งเดินหน้า “MCH เชิงรุก” ลดคลอดก่อนกำหนด ดันฐานข้อมูลพันธุกรรม–ปิดช่องว่างติดเชื้อแม่สู่ลูก
กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าแผนpolicy อนามัยแม่และเด็ก (MCH) เชิงรุก หลังเปิดตัวโครงการลดภาวะpremature birth ใน 25 จังหวัดนำร่อง โดยเน้นการดูแลตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอดอย่างต่อเนื่อง ทั้งในชุมชนและโรงพยาบาล เพื่อให้มารดาและทารกปลอดภัยมากขึ้น พร้อมระบุว่าโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนทีปังกรนภัทรบุตร ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
กรมอนามัยเตรียมรวมgenetic screening ให้เป็นฐานข้อมูลกลาง เพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างefficient และต่อเนื่อง โดยเฉพาะการป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูก ได้แก่ เอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบบี ตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก ซึ่งต้องการให้ทุกประเทศปิดช่องว่างการถ่ายทอดเชื้อเหล่านี้ให้ได้ภายในปีข้างหน้า
พญ.นงนุช ภัทรอนันตนพ รองอธิบดีกรมอนามัย ชี้ว่า พบหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะdepression และใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้น จึงต้องเร่งพัฒนาระบบคัดกรองและดูแลสนับสนุนในชุมชน ผ่าน อสม. และระบบส่งต่อผู้ป่วยที่ไร้รอยต่อ เพื่อให้แม่ที่มีrisk factor ได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทางทันท่วงที
ที่ประชุมยังเปิดเผยตัวเลขความชุกของโรคในทารกที่ควรตรวจคัดกรองตั้งแต่แรกเกิด 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ โรคเมตาบอลิซึมแต่กำเนิด ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์แต่กำเนิด และการสูญเสียการได้ยินในทารก ซึ่งหากไม่รักษาภายใน 6 เดือน อาจส่งผลต่อchild development อย่างถาวร และก่อให้เกิดeconomic loss ปีละหลายร้อยล้านบาท
รู้สึกดีใจที่เห็นหน่วยงานจริงจังกับการดูแลแม่ตั้งครรภ์แบบcomprehensive ครอบคลุมตั้งแต่ชุมชน
ระบบส่งต่อ (Referral) ที่ดีช่วยชีวิตได้จริง แต่บางพื้นที่ยังขาดresource ทรัพยากรและบุคลากร
เคยเครียดมากตอนภรรยาท้อง ไม่รู้ว่าจะตรวจอะไรบ้าง ถ้ามีcentral database ฐานข้อมูลกลางคงอุ่นใจกว่านี้
การรวมข้อมูลคัดกรองโรคพันธุกรรมควรทำควบคู่กับการสร้างความเข้าใจให้ประชาชนด้วย ไม่ใช่แค่data collection เก็บข้อมูลอย่างเดียว
เราเป็นแนวหน้าแต่ไม่ค่อยได้รับการอบรมเรื่องmental health สุขภาพจิตของแม่ตั้งครรภ์เลย
การปิดช่องว่างการติดเชื้อแม่สู่ลูกได้สำเร็จในบางจังหวัด ถือเป็นpublic health สาธารณสุขที่ทำงานได้จริง
โรค IEM ถ้ารู้เร็ว รักษาทัน ก็ไม่ต้องพึ่งlong-term care การดูแลระยะยาวประหยัดงบฯ ได้มาก
เคยเจอปัญหาส่งต่อไม่ทันเวลา ลูกเกือบไม่รอด หวังว่าโมเดลจังหวัดต้นแบบจะscale up ขยายผลได้เร็วๆ