ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่า ความไม่แน่นอนเจรจาสันติภาพอิหร่านหนุนซื้อสกุลเงินปลอดภัย
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นในตลาดนิวยอร์กเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางuncertainty ในการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน นักลงทุนหันไปถือครองดอลลาร์ในฐานะsafe-haven ขณะที่ข้อตกลงยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ดัชนีดอลลาร์เพิ่มขึ้น 0.3% แตะระดับ 98.393 สะท้อนถึงmarket ที่ตอบสนองต่อความตึงเครียดทางการทูต
ค่าเงินเยน ฟรังก์สวิส และดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ขณะที่ยูโรและปอนด์ก็อ่อนตัวลงด้วยเช่นกัน โดยยูโรขยับมาอยู่ที่ 1.1726 ดอลลาร์ ส่วนปอนด์อยู่ที่ 1.3482 ดอลลาร์ ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนinvestor ที่เลี่ยงความเสี่ยง แม้ทรัมป์จะคาดการณ์ว่าจะบรรลุข้อตกลงก่อนเส้นตาย แต่อิหร่านยังไม่ยืนยันการเข้าร่วมเจรจา และปากีสถานยังรอการยืนยันอย่างเป็นทางการจากเตหะราน
ความไม่แน่นอนยังถูกย้ำจากกรณีที่เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกเลิกการเดินทางไปปากีสถาน ซึ่งส่งสัญญาณถึงpressure ทางการทูตที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับสดใสเมื่อยอดค้าปลีกพุ่ง 1.7% ในเดือนมีนาคม สูงกว่าคาด สะท้อนconsumer ของผู้บริโภคที่ยังคงเข้มแข็ง แม้ภาวะภายนอกจะตึงเครียด
อีกประเด็นที่สะท้อนความตึงเครียดคือกระบวนการเสนอชื่อเควิน วอร์ช เป็นประธานเฟด วอร์ชยืนยันต่อวุฒิสภาถึงความเป็นอิสระจากทำเนียบขาว แต่ความคืบหน้าอาจถูกขัดขวางโดยวุฒิสมาชิกทอม ทิลลิส ที่ต้องการให้สอบสวนข้อกล่าวหาต่อเจอโรม พาวเวล ให้เสร็จก่อน ความขัดแย้งนี้อาจส่งผลต่อpolicy ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะเมื่อทรัมป์ขู่จะปลดพาวเวล ทำให้การเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานเฟดที่เคยราบรื่นกำลังเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง
ค่าเงินผันผวนขนาดนี้ นักลงทุนรายย่อยอย่างเราต้องระวังrisk ความเสี่ยงให้ดี
ทั้งที่เศรษฐกิจในประเทศดี แต่การเมืองโลกก็ยังส่งผลต่อeconomy เศรษฐกิจได้ขนาดนี้
ทรัมป์พูดอะไรก็ตาม ตลาดก็ต้องตอบสนอง แม้แต่คำว่า 'อาจบรรลุข้อตกลง' ก็ทำให้ดอลลาร์ขึ้นได้ นี่คือinfluence อิทธิพลของผู้นำจริง ๆ
เฟดเริ่มกลายเป็นเวทีการเมืองไปแล้ว ความเป็นอิสระที่เคยมีอาจถูกบั่นทอน
แล้วถ้าอิหร่านไม่มาเจรจาจริง ๆ จะเกิดcrisis วิกฤตหรือเปล่า หรือแค่ตลาดโอเวอร์รีแอค
แล้วค่าเงินบาทเราล่ะ โดนลากตามดอลลาร์อีกไหม ตอนนี้cost ต้นทุนนำเข้าก็สูงพอแล้ว