กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.40 ท่ามกลางความหวังข้อตกลงสันติภาพ
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาประเมินว่าในสัปดาห์นี้ เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบprice 31.80 ถึง 32.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแคบลงจากสัปดาห์ก่อนที่ผันผวนระหว่าง 31.94 ถึง 32.70 โดยสัปดาห์ที่แล้วเงินบาทปิดที่ 32.16 บาท แข็งค่าขึ้นและแตะระดับแข็งค่าที่สุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน ท่ามกลางmarket ที่ตอบสนองต่อปัจจัยภายนอกอย่างมีนัยสำคัญ
การแข็งค่าของเงินบาทส่วนหนึ่งมาจากการอ่อนตัวของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับสกุลเงินหลักทั่วโลก หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงpeace deal ชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในglobal market ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ เพราะข้อตกลงดังกล่าวขาดtrust และพื้นฐานที่มั่นคง ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับมาเปิดใช้งานอย่างเต็มที่ตามที่investor คาดหวัง
แม้จะมีสัญญาณเชิงบวก แต่กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวัง โดยเฉพาะต่อpressure ที่ดอลลาร์เผชิญจากพฤติกรรมการซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงที่อุปทานพลังงานยังผันผวน ขณะเดียวกัน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยส่งสัญญาณว่าจะคงinterest rate ต่ำต่อเนื่องเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อสนับสนุนeconomic growth ที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.3 ถึง 1.7% ในปีนี้
ในด้านเงินเฟ้อ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมีนาคมลดลง 0.08% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยังต่ำกว่าเป้าหมายของ กนง. ที่ 1–3% แม้ราคาน้ำมันโลกจะพุ่งสูง แต่ราคาในประเทศถูกตรึงไว้ในช่วงต้นเดือน กระทรวงพาณิชย์คาดว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาสนี้ โดยอยู่ที่ 2.5-3.5% ในปี 69 ขึ้นอยู่กับduration ของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งยังคงเป็นrisk สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ถ้าดอลลาร์อ่อนจริง แล้วสินค้าส่งออกจะได้ราคาดีขึ้นไหม หรือต้นทุนขนส่งยังบีบจนกำไรไม่ขยับcost ต้นทุนยังแรงอยู่
สันติภาพแค่ 2 สัปดาห์แล้วจะเชื่อได้ขนาดไหน นี่มันแค่พักรบชั่วคราว ไม่ใช่peace สันติภาพจริงๆ
กรอบ 31.80-32.40 เทียบกับ 32.16 ที่ปิดไว้ แปลว่าเงินบาทอาจแข็งค่าต่อ นักลงทุนต่างชาติเริ่มเข้ามาอีกแล้วใช่ไหมmarket movement การเคลื่อนไหวของตลาดชัดเจนขึ้น
ดีใจที่ราคาน้ำมันลง แต่ในประเทศยังไม่ลดตามเลย รู้สึกว่าเราเสียpublic trust ความเชื่อมั่นไปเยอะ
ถ้าเงินเฟ้อทั่วไปยังต่ำกว่าเป้า ทำไม กนง. ยังไม่ลดดอกเบี้ยเร็วกว่านี้ รอให้เศรษฐกิจฟื้นก่อนหรือกลัวinflation risk ความเสี่ยงเงินเฟ้อกลับมา
ดอกเบี้ยต่ำต่อไปก็ดี แต่ต้องดูว่าeconomic growth การเติบโตของเศรษฐกิจจะตามทันไหม ไม่อยากให้ติดกับดักสภาพคล่อง