น้ำมันดิบสหรัฐร่วงต่ำกว่า $84 รับอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงต่ำกว่าprice 84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเป็นทางการในช่วงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน ซึ่งสร้างhope ว่าอุปทานน้ำมันที่หยุดชะงักจะเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ หลังอยู่ในภาวะตึงตัวมานานจากความขัดแย้งในภูมิภาค
ตามรายงานของซีเอ็นบีซี สัญญาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลงเกือบ 12% มาปิดที่ 83.85 ดอลลาร์ ส่วนน้ำมันเบรนท์ ลดลง 9% อยู่ที่ 90.38 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การปรับตัวลงครั้งรุนแรงนี้สะท้อนmarket ที่ตอบสนองต่อข่าวด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะคำประกาศของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่ยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอย่างสมบูรณ์ตลอดช่วงพักการสู้รบ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากธนาคาร ING เตือนว่าrisk ยังคงสูง เพราะการไหลของน้ำมันยังไม่กลับมาเต็มที่ แม้มีการเปลี่ยนเส้นทางบ้างแล้ว แต่ยังคงมีน้ำมันราว 13 ล้านบาร์เรลต่อวันที่หยุดชะงัก หากการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านล้มเหลว ความตึงเครียดอาจปะทุอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้pressure ต่อsupply กลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวผ่าน Truth Social ว่าสงครามกับอิหร่านอาจจบลงในไม่ช้า พร้อมยืนยันว่าการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลง ขณะที่เขายังเชิญผู้นำอิสราเอลและเลบานอนมาเจรจาที่ทำเนียบขาว ซึ่งถือเป็นplan ที่อาจเปลี่ยนอนาคตของความสัมพันธ์ในตะวันออกกลาง และช่วยฟื้นpublic trust ในเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก
ราคาน้ำมันโลกตกแบบนี้ แล้วปั๊มในไทยจะลดตามไหม หรือจะรอให้ขึ้นใหม่ค่อยตามอีกรอบprice ราคาผู้บริโภคไม่เคยได้ประโยชน์เต็มๆ เลย
Trump บอกว่า 'อาจจบเร็ว' แต่ยังปิดล้อมอยู่ นี่คือการพูดคนละเรื่องกับการกระทำชัดๆpressure แรงกดดันยังไม่หายไป
13 ล้านบาร์เรลต่อวันที่หายไปคือระดับที่ทำให้market ตลาดสั่นคลอนได้จริง ยังไม่สมควรชะล่าใจ
ช่องแคบฮอร์มุซเปิด ก็ดีแล้ว แต่ถ้าเจรจาล้มเหลวเมื่อไหร่ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องราคาน้ำมันนะ แต่คือrisk ความเสี่ยงของสงครามทั้งภูมิภาค
ความหวังในสันติภาพดันมากับความผันผวนของsupply อุปทานแบบนี้ นักลงทุนต้องจับตาทั้งการเมืองและreport รายงานวิเคราะห์ไปพร้อมกัน
ขอให้ราคาน้ำมันในประเทศเราปรับลงตามโลกบ้าง ของแพงขึ้นทุกวัน ค่าครองชีพคือpressure แรงกดดันจริงๆ