ทองคำร่วง 20 ดอลล์ หลังเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านล้มเหลว หวั่นเงินเฟ้อ-เฟดชะลอขยับดอกเบี้ย
ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ หลังความพยายามpeace talks ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านล้มเหลว ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนตึงเครียด และกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับinflation ที่อาจพุ่งสูงจากภาวะราคาน้ำมันที่ดีดตัว ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังของนักลงทุนที่เคยเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
สัญญาทองคำส่งมอบเดือนมิถุนายนร่วงลง 20 ดอลลาร์ หรือ 0.42% ปิดที่ 4,767.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรง หลังประธานาธิบดีทรัมป์สั่งปิดล้อมเรือของอิหร่านและประกาศว่ากองทัพเรืออิหร่านถูกdestroyed แล้ว การเคลื่อนไหวดังกล่าวเพิ่มpressure ต่อเส้นทางเดินเรือทางยุทธศาสตร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและmarket โลก
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์มักผลักดันให้ทองคำ ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ได้รับความสนใจ แต่ในกรณีนี้ นักลงทุนกลับเลือกถือเงินดอลลาร์และพันธบัตรอายุสั้นมากกว่า เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง ทองคำที่ไม่ให้interest กลับกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจน้อยลง แม้จะมีrisk เพิ่มขึ้นก็ตาม
เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME ชี้ว่า ความconfidence ของนักลงทุนที่ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยภายในสิ้นปี ลดลงเหลือเพียง 29% จาก 40% ในเดือนก่อน สะท้อนว่าความหวังเรื่องrate cut กำลังจางหาย ขณะที่ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคุกรุ่น
ทองเคยเป็นที่พึ่งยามวิกฤต แต่ตอนนี้interest rate อัตราดอกเบี้ยสูงกว่า ทำให้ไม่มีใครอยากถือแล้ว
นักลงทุนเริ่มหมดหวังกับเฟดแล้ว ดูจากconfidence ความเชื่อมั่นที่ลดฮวบ
ถ้าสงครามลุกลาม ราคาน้ำมันพุ่งแน่ แล้วinflation เงินเฟ้อจะกลับมาทันที ทองควรขึ้นไม่ใช่หรือ?
ทองคำไม่ให้ผลตอบแทน แต่ก็ยังเป็นเครื่องมือrisk จัดการความเสี่ยงที่ดีในระยะยาว
แค่อ่านหัวข้อก็รู้สึกถึงpressure แรงกดดันแล้ว โลกกำลังเดินไปทางที่อันตราย
เฟดจะลดดอกเบี้ยไม่ได้ถ้าไม่มีeconomic slowdown ภาวะเศรษฐกิจถดถอยชัดเจน ไม่ใช่แค่ข่าวสงคราม