น้ำมันโลกพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์หลังสหรัฐฯ ประกาศปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบmarket โลกพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังความพยายามในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านสิ้นสุดลงอย่างไร้ผล กองทัพเรือสหรัฐฯ เตรียมเริ่มมาตรการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านทันที ซึ่งส่งสัญญาณถึงpressure ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ตามรายงานของ CENTCOM ระบุว่า การปิดล้อมจะมีผลกับเรือทุกลำที่เดินทางเข้าหรือออกจากท่าเรือและพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่าน รวมถึงในอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน โดยเน้นว่าจะดำเนินการอย่างเท่าเทียม อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ขัดขวางเรือที่มุ่งหน้าไปยังประเทศอื่น ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนplan ระยะสั้นเพื่อควบคุมการจราจรทางทะเลที่อาจเกี่ยวข้องกับอิหร่าน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีแข็งกร้าวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยขู่จะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันโลก ขณะที่เจ้าหน้าที่ใกล้ชิดเผยกับ The Wall Street Journal ว่า เขาอาจพิจารณาการโจมตีในวงจำกัดเพื่อส่งสัญญาณเตือน การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้risk ด้านความมั่นคงพลังงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ช่องแคบฮอร์มุซเคยเป็นทางผ่านของน้ำมันราว 20% ของโลก ก่อนความขัดแย้งล่าสุดจะทำให้ปริมาณการเดินเรือลดฮวบ เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ลำเท่านั้นที่กล้าผ่านเส้นทางนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านไม่ให้trust ที่จำเป็นในด้านนิวเคลียร์ ขณะที่อิหร่านโต้กลับว่า สหรัฐฯ คือฝ่ายที่ทำให้ความเชื่อมั่นลดลง การขาดข้อตกลงที่ชัดเจนทำให้price น้ำมันผันผวน และส่งผลต่อreport คาดการณ์เศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป
ถ้าราคาน้ำมันnew ใหม่ยังสูงต่อ ค่าครองชีพบ้านเราก็คงขยับอีกแน่ๆ
เรือขนส่งกำลังหลีกเส้นทางนี้กันหมดแล้ว ความเสี่ยงquickly อย่างรวดเร็วเพิ่มขึ้นจริงๆ
สหรัฐฯ ใช้มาตรการหนัก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะควบคุมสถานการณ์ได้ นี่คือแรงกดดันที่ทั้งสองฝ่ายสร้างขึ้นเอง
public trust ความเชื่อมั่นสาธารณะในกระบวนการเจรจานี่เหลือน้อยมากแล้ว
ตลาดresult ผลตอบสนองทันที นักลงทุนเริ่มกังวลกับความไม่แน่นอน
ใครจะรับผิดชอบถ้าเกิดการปะทุขึ้น? การปิดล้อมไม่ใช่ทางออก แค่เพิ่มความตึงเครียด