หุ้นเอเชียเปิดลบ หวั่นดีล “สหรัฐ-อิหร่าน” ไม่จบก่อนเส้นตายหยุดยิง 21 เม.ย.
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดภาคเช้าวันนี้ในแดนลบ ขณะที่นักลงทุนชะลอการตัดสินใจซื้อขาย ท่ามกลางuncertainty ของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดหมดอายุในวันที่ 21 เมษายน นักวิเคราะห์ชี้ว่าความเปราะบางของdeal ดังกล่าวกำลังสร้างpressure อย่างต่อเนื่องต่อความมั่นคงในภูมิภาค และสะท้อนความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อmarket การเงินทั่วโลก
ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นเปิดที่ 59,255.09 จุด ลดลง 263.25 จุด หรือ 0.44% ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงร่วง 0.69% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีนลดลง 0.30% ส่วนตลาดหุ้นเกาหลีใต้และออสเตรเลียก็ปรับตัวลงตามลำดับ การปรับตัวของแต่ละindex สะท้อนภาพรวมของinvestor ที่ยังมีconcern ต่อสถานการณ์การเจรจาที่ยังไม่ชัดเจน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า อิสราเอลและเลบานอนได้ทำข้อตกลงหยุดยิง 10 วันแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เขายังแสดงความมั่นใจว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุagreement กับอิหร่านได้ในไม่ช้า และอาจมีการเจรจาใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ พร้อมอ้างว่ารัฐบาลอิหร่านเองก็มีความต้องการอย่างยิ่งที่จะปิดฉากconflict ครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศปากีสถานเปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงดำเนินการผ่านช่องทางการทูตของตน โดยยังไม่มีการกำหนดวันชัดเจนสำหรับการพูดคุยรอบใหม่ แม้ปากีสถานจะพยายามเร่งผลักดันกระบวนการเพื่อรักษาdiplomacy ให้เดินหน้าต่อไปก็ตาม ความล่าช้าดังกล่าวจึงยังคงสร้างrisk ต่อความเชื่อมั่นของpublic และนักลงทุนทั่วโลก
ตลาดตอบสนองต่อnews ข่าวทันทีแบบนี้ แสดงว่าความเสี่ยงทางการเมืองยังสูงมาก
ช่วงนี้ไม่กล้าซื้อหุ้นเลย กลัวcrash ดิ่งแรงถ้าดีลล่ม
ปากีสถานมีบทบาทสำคัญ แต่ทำไมถึงยังไม่กำหนดวันเจรจาให้ชัดเจนล่ะpressure แรงกดดันน่าจะมาจากหลายฝ่าย
ถึงทรัมป์จะพูดมั่นใจ แต่ความจริงคือยังไม่มีอะไรการันตี แค่statement ถ้อยแถลงก็ไม่พอ
ขอให้หยุดยิงครั้งนี้อยู่ได้นานๆ ไม่อยากให้มีwar สงครามเพิ่มอีก
ตลาดเอเชียลงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เองนะ แสดงว่าimpact ผลกระทบยังไม่หนักมาก