ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเล็กน้อย จับตาความคืบหน้าสงครามอิหร่าน-ผลประกอบการ
ตลาดหุ้นยุโรปปิดในแดนลบเล็กน้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนจับตาdevelopment ของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อmarket อย่างชัดเจน แม้จะมีสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านอาจใกล้สิ้นสุด แต่ความไม่แน่นอนยังคงสร้างpressure ต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ดัชนีหลักอย่าง STOXX 600 ปรับตัวลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมนีและ FTSE 100 ของอังกฤษกลับปิดในแดนบวก สะท้อนความผันผวนที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานขยับขึ้น 1.5% และ 0.7% ตามลำดับ ช่วยพยุงprice หุ้นในภาพรวม ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินและกลาโหมกลับร่วงลง 1% และ 1.8% ตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงrisk ที่นักลงทุนยังระมัดระวัง
ความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลเยอรมนีต้องปรับลดคาดการณ์growth ทางเศรษฐกิจลงครึ่งหนึ่งในปีนี้ และเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อ ภาวะนี้ยิ่งซับซ้อนเมื่อภาคการท่องเที่ยวเผชิญpressure จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น โดย Lufthansa ต้องระงับเที่ยวบิน ขณะที่ Ryanair และ easyJet ต่างเผชิญแรงขายจากการจองตั๋วที่ลดลง
ในทางกลับกัน บางบริษัทกลับได้รับปัจจัยบวก เช่น Entain ที่พุ่ง 6% จากrevenue ที่เพิ่มขึ้น 3% และ Intertek ที่กระโดด 9% หลังปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการจาก EQT AB ว่าประเมินมูลค่าต่ำเกินไป ขณะที่หุ้น SAP พุ่ง 3.5% จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทำให้เกิดreport เชิงบวกต่อแนวโน้มของกลุ่มเทคโนโลยี
ตลาดยังสั่นจาก geopolitics มากกว่าตัวเลขเศรษฐกิจจริง ๆ เห็นได้จากpressure แรงกดดันที่ไม่สมดุลแม้ราคาน้ำมันจะขึ้น
หุ้นกลาโหมร่วง 1.8% ทั้งที่สงครามยังไม่จบ แสดงว่านักลงทุนเริ่มขายตามexpectation ความคาดหวังแทนเหตุการณ์จริง
ค่าไฟบ้านเราคงขึ้นตามแน่ ๆ ถ้าoil price ราคาน้ำมันยังพุ่งแบบนี้ อยู่ยากขึ้นทุกวัน
SAP ขึ้น 3.5% นี่แรงมากในภาวะนี้ น่าสนใจว่าtech sector ภาคเทคโนโลยีจะนำตลาดฟื้นตัวได้หรือไม่
Intertek ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการ แล้วราคาหุ้นพุ่ง แปลว่าตลาดเชื่อว่าบริษัทประเมินvalue มูลค่าตัวเองถูกต้อง?
เยอรมนีลดคาดการณ์การเติบโตครึ่งตัว แล้วบ้านเราจะรอดไหมถ้าglobal market ตลาดโลกชะลอตัวหนัก