ดาวโจนส์ยังบวก! หุ้นสหรัฐทำจุดสูงใหม่ รับข่าวหยุดยิงตะวันออกกลางหนุนตลาด
ดัชนีmarket ปิดในแดนบวกอีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี หลังได้รับแรงหนุนจากpositive ในการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดconfidence ต่อการบรรเทาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนหันมาซื้อหุ้นกลุ่มใหญ่ ผลักดันให้ทั้งดัชนีดาวโจนส์ เอสแอนด์พี 500 และแนสแด็ก ขยับขึ้นและทำnew พร้อมกัน
แม้pressure จากเงินเฟ้อและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงมีอยู่ แต่ข่าวด้านสันติภาพได้สร้างแรงส่งสำคัญให้กับinvestment โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่นักลงทุนเริ่มคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจปรับลดinterest rate ได้ในอนาคต หากแรงกดดันเงินเฟ้อผ่อนคลายลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาทองคำซึ่งเป็นsafe-haven ปรับตัวสูงขึ้นด้วย
ในยุโรป ตลาดตอบสนองแบบmixed โดยแม้ข้อมูลจีดีพีของอังกฤษจะออกมาแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อในยูโรโซนยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ดัชนี STOXX 600 และ CAC 40 ขยับลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมนีปรับตัวขึ้น สะท้อนภาพความแตกต่างของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ และชี้ให้เห็นว่าแม้ข่าวสันติภาพจะส่งผลในระดับโลก แต่domestic ยังมีบทบาทสำคัญ
ด้านcommodity ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ใกล้แตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซยังส่งผลต่อsupply การขนส่ง โดยแม้จะมีข่าวเจรจา แต่ความไม่แน่นอนยังคงสูง ทำให้นักลงทุนต้องจับตาแนวโน้มgeopolitical และการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของprice และrisk ทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป
ตลาดตอบสนองต่อข่าวสันติภาพเร็วมาก แต่sustainability ความยั่งยืนของเทรนด์นี้ยังน่ากังวล
ราคาทองขึ้น แต่ทองคำแท้ในบ้านยังไม่ขยับตามเลย แรงซื้อจริงหรือแค่speculation เก็งกำไร
ถ้าน้ำมันแตะ 100 ดอลลาร์จริง ค่าครองชีพบ้านเราจะpressure แรงกดดันหนักแน่
ข่าวเจรจาฟังดูดี แต่อิหร่านกับสหรัฐฯ ยังไม่มีใครยอมใคร อย่าพึ่งดีใจเร็วไป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขึ้นเพราะหุ้นเทคโนโลยี ไม่ใช่เพราะpeace deal ข้อตกลงสันติภาพทั้งหมดนะ
แล้วถ้าหยุดยิงพังขึ้นมา ตลาดจะcrash ร่วงแรงขนาดไหน ไม่มีใครคิดถึงเหรอ